เป้าหมายและผลการดำเนินงาน

เป้าหมายปี 2568
อัตราการบาดเจ็บจากการทำงานถึงขั้นหยุดงาน
พนักงาน
≤0.63
กรณี/1,000,000 ชั่วโมง
ผู้รับเหมา
≤1.57
กรณี/1,000,000 ชั่วโมง
ผลการดำเนินงานปี 2568
พนักงาน
0.74
กรณี/1,000,000 ชั่วโมง
ผู้รับเหมา
0.00
กรณี/1,000,000 ชั่วโมง
เป้าหมายปี 2568
จำนวนการเสียชีวิตจากการบาดเจ็บจากการทำงาน
พนักงาน
0
กรณี
ผู้รับเหมา
0
กรณี
ผลการดำเนินงานปี 2568
พนักงาน
0
กรณี
ผู้รับเหมา
0
กรณี

ความท้าทายและโอกาสทางธุรกิจ

การดำเนินธุรกิจพลังงานหมุนเวียนและงานวิศวกรรมโครงสร้างพื้นฐานของบริษัทมีลักษณะงานที่อาจก่อให้เกิดความเสี่ยงด้านความปลอดภัยและสุขภาพในการทำงาน

เช่น การปฏิบัติงานเกี่ยวกับระบบไฟฟ้าแรงสูง งานก่อสร้างและติดตั้งอุปกรณ์ งานบนที่สูง งานในพื้นที่จำกัด และการใช้เครื่องจักร รวมถึงผลกระทบต่อสุขภาพจากสภาพแวดล้อมในการทำงานและลักษณะท่าทางการทำงานที่ไม่เหมาะสม ซึ่งครอบคลุมทั้งพนักงาน ผู้รับเหมา และผู้ปฏิบัติงานในห่วงโซ่อุปทาน ตลอดจนความปลอดภัยของชุมชนและสิ่งแวดล้อมโดยรอบพื้นที่โครงการ หากเกิดอุบัติเหตุร้ายแรงอาจส่งผลกระทบต่อชีวิตและทรัพย์สิน ความต่อเนื่องของโครงการ และความเชื่อมั่นของผู้มีส่วนได้เสีย บริษัทจึงให้ความสำคัญกับการบริหารจัดการอาชีวอนามัยและความปลอดภัยอย่างเป็นระบบ โดยยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยผ่านการประเมินความเสี่ยงเชิงรุก การกำหนดมาตรการควบคุมและป้องกันที่ครอบคลุม การฝึกอบรมและสร้างความตระหนักแก่พนักงานและผู้รับเหมาอย่างสม่ำเสมอ พร้อมส่งเสริมวัฒนธรรมความปลอดภัยตลอดห่วงโซ่คุณค่า มุ่งสู่เป้าหมายอุบัติเหตุเป็นศูนย์ (Zero Accident) เพื่อปกป้องชีวิตและสุขภาพของผู้ปฏิบัติงานและชุมชน การบริหารจัดการด้านความปลอดภัยที่มีประสิทธิภาพไม่เพียงช่วยลดความเสี่ยงต่อการหยุดชะงักของการดำเนินงานและความสูญเสียจากอุบัติเหตุ แต่ยังช่วยเสริมสร้างความพร้อมในการบริหารแรงงานหลายระดับในโครงการขนาดใหญ่ เพิ่มความเชื่อมั่นแก่คู่ค้า นักลงทุน และชุมชนในพื้นที่โครงการ ตลอดจนสนับสนุนการขยายธุรกิจพลังงานสะอาดในพื้นที่ใหม่อย่างราบรื่น อันนำไปสู่การสร้างคุณค่าร่วมและการเติบโตอย่างยั่งยืนขององค์กรในระยะยาว

แนวทางการบริหารจัดการและการสร้างคุณค่า

แนวทางการดำเนินงานด้านความปลอดภัย

บริษัทมุ่งคุ้มครองสิทธิในการทำงานภายใต้สภาพแวดล้อมที่ปลอดภัยและเหมาะสม พร้อมดูแลสุขภาพและความปลอดภัยของพนักงาน ผู้รับเหมา และผู้มีส่วนได้เสียที่เกี่ยวข้อง โดยกำหนดแนวทางการบริหารจัดการด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงานไว้ภายใต้นโยบายสิทธิมนุษยชน

เพื่อให้คณะกรรมการ ผู้บริหาร พนักงาน คู่ค้า และผู้เกี่ยวข้องรับทราบและถือปฏิบัติร่วมกัน มุ่งยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยอย่างต่อเนื่องให้สูงกว่าข้อกำหนดตามกฎหมาย และกำหนดเป้าหมายเชิงปริมาณโดยใช้อัตราการบาดเจ็บถึงขั้นหยุดงาน (Lost Time Injury Frequency Rate: LTIFR) ของทั้งพนักงานและผู้รับเหมาเป็นตัวชี้วัดหลัก โดยตั้งเป้าลด LTIFR ลงอย่างต่อเนื่องไม่น้อยกว่าร้อยละ 15 ต่อปี และมุ่งสู่การไม่มีอุบัติเหตุจากการทำงาน (Zero Accident) ในระยะยาว โดยจัดให้มีระบบบริหารจัดการอาชีวอนามัยและความปลอดภัยที่สอดคล้องกับกฎหมายและมาตรฐานสากลที่เกี่ยวข้อง ครอบคลุมทุกขั้นตอนการดำเนินงาน รวมถึงการกำกับดูแลผู้รับเหมาและผู้รับเหมาช่วง เพื่อให้เกิดความปลอดภัยต่อบุคลากรและผู้เกี่ยวข้อง ตลอดจนลดผลกระทบต่อชุมชนโดยรอบพื้นที่โครงการ โดยมีแนวทางในการบริหารจัดการ ดังนี้

การกำกับดูแลด้านความปลอดภัย
กำหนดผู้รับผิดชอบในการกำกับดูแลด้านความปลอดภัยอาชีวอนามัยและสภาพแวดล้อมในการทำงาน
การประเมินความสอดคล้อง
ทบทวนและประเมินความสอดคล้องของกฎหมายและข้อกำหนดที่เกี่ยวข้อง
การประเมินความเสี่ยง
ระบุอันตราย และประเมินความเสี่ยงด้านความปลอดภัยและอาชีวอนามัย พร้อมกำหนดมาตรการและแผนงานเพื่อป้องกันแก้ไข
การสร้างวัฒนธรรมความปลอดภัย
สื่อสาร อบรม และจัดกิจกรรมสร้างการมีส่วนร่วม เพื่อส่งเสริมสุขภาพและความปลอดภัยให้กับผู้ปฏิบัติงาน (พนักงานและผู้รับเหมา)
การติดตามและตรวจสอบ
ติดตามสถิติความปลอดภัยของผู้ปฏิบัติงาน (พนักงานและผู้รับเหมา) เพื่อตรวจสอบประสิทธิภาพการดำเนินงาน ด้านความปลอดภัยเพื่อพัฒนาอย่างต่อเนื่อง
การรายงานผล
รายงานสถิติความปลอดภัย และผลการสอบสวนและการดำเนินงานกรณีที่เกิดอุบัติการณ์ที่ก่อให้เกิดการบาดเจ็บหรือเสียชีวิตจากการทำงาน
การกำกับดูแลด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน

บริษัทกำหนดโครงสร้างการกำกับดูแลด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงานอย่างชัดเจน โดยคณะกรรมการบริษัทมอบหมายให้คณะกรรมการกำกับดูแลกิจการที่ดีและการพัฒนาอย่างยั่งยืน และคณะกรรมการบริหารความเสี่ยง ทำหน้าที่กำกับดูแล (oversight) และติดตามการบริหารความเสี่ยงด้านสุขภาวะและความปลอดภัยในภาพรวมขององค์กร ผ่านการพิจารณารายงานผลการดำเนินงาน ตัวชี้วัดด้านความปลอดภัย และเหตุการณ์สำคัญเป็นประจำ พร้อมให้ข้อเสนอแนะเชิงนโยบายเพื่อยกระดับประสิทธิภาพการดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งบูรณาการประเด็นความปลอดภัยเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการบริหารความเสี่ยงองค์กร ทั้งนี้ บริษัทได้มอบหมายผู้บริหารระดับสูงที่รับผิดชอบสายงานปฏิบัติการเป็นผู้รับผิดชอบหลักในการขับเคลื่อนการดำเนินงาน กำกับติดตามผลการดำเนินงานตามเป้าหมายด้านความปลอดภัย และรายงานผลต่อคณะกรรมการบริษัทและคณะกรรมการชุดย่อยที่เกี่ยวข้องอย่างสม่ำเสมอ

ในระดับปฏิบัติการ บริษัทแต่งตั้งคณะกรรมการความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน โดยมีตัวแทนผู้บริหารเป็นประธานคณะกรรมการ ประกอบด้วยตัวแทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และเจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการทำงาน (จป.) ทำหน้าที่วางแผน กำหนดมาตรการควบคุมและป้องกันอุบัติเหตุ ติดตามผลการดำเนินงานให้เป็นไปตามกฎหมายและข้อกำหนดที่เกี่ยวข้อง รวมถึงทบทวนและปรับปรุงมาตรการด้านความปลอดภัยให้เหมาะสมกับการดำเนินงานของบริษัท โดยคณะกรรมการดังกล่าวส่งเสริมและสนับสนุนกิจกรรมด้านความปลอดภัย กำกับดูแลให้พนักงาน ผู้รับเหมา และผู้รับเหมาช่วงปฏิบัติตามมาตรการด้านความปลอดภัยของบริษัทอย่างเคร่งครัด ตลอดจนยกระดับประสิทธิภาพการปฏิบัติงานผ่านการสื่อสาร การฝึกอบรม และการรณรงค์สร้างความตระหนักรู้ เพื่อให้พนักงานทุกระดับมีส่วนร่วมในการบริหารจัดการด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงานอย่างต่อเนื่อง

หน่วยงาน/ผู้รับผิดชอบ บทบาทหน้าที่
คณะกรรมการบริษัท กำหนดนโยบาย กำกับดูแลภาพรวมความเสี่ยงด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน พิจารณาผลการดำเนินงานและเหตุการณ์สำคัญ
คณะกรรมการกำกับดูแลกิจการที่ดีและการพัฒนาอย่างยั่งยืน พิจารณาผลการดำเนินงาน และให้ข้อเสนอแนะแนวทางการดำเนินงานด้านความปลอดภัย
คณะกรรมการบริหารความเสี่ยง ติดตามและบูรณาการความเสี่ยงด้านความปลอดภัยเข้ากับการบริหารความเสี่ยงองค์กร
ผู้บริหารระดับสูงสายงานปฏิบัติการ ขับเคลื่อนการดำเนินงาน กำกับติดตามตัวชี้วัด และรายงานผลต่อคณะกรรมการ
คณะกรรมการความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน กำหนดแผนและมาตรการในการควบคุมและป้องกันอุบัติเหตุ กำกับการปฏิบัติตามกฎหมาย ทบทวนและปรับปรุงมาตรการเพื่อพัฒนาอย่างต่อเนื่อง
หน่วยงานปฏิบัติการ / โครงการ / พื้นที่ปฏิบัติงาน ดำเนินการตามขั้นตอนและมาตรการความปลอดภัยในพื้นที่ปฏิบัติงาน
พนักงาน / ผู้รับเหมา / ผู้รับเหมาช่วง ปฏิบัติตามมาตรการความปลอดภัยและมีส่วนร่วมในกิจกรรมด้านความปลอดภัย
การประเมินความเสี่ยงด้านความปลอดภัยและอาชีวอนามัย

เพื่อมุ่งสู่องค์กรที่ปราศจากอุบัติเหตุ (Zero Accident) และเสริมสร้างความเชื่อมั่นด้านความปลอดภัยในการปฏิบัติงาน บริษัทดำเนินการประเมินความเสี่ยงด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงานอย่างเป็นระบบ ครอบคลุมทั้งโครงการใหม่ที่อยู่ระหว่างการพัฒนาและกิจกรรมที่ดำเนินการอยู่แล้วในปัจจุบัน ทั้งในส่วนพนักงานและผู้รับเหมา โดยการประเมินความเสี่ยงสำหรับโครงการใหม่ (Due Diligence) บริษัทดำเนินการประเมินความเสี่ยงด้านอาชีวอนามัยและความปลอดภัยตั้งแต่ระยะเริ่มต้นของการพัฒนาโครงการ ก่อนการตัดสินใจลงทุนหรือก่อสร้าง โดยพิจารณาลักษณะพื้นที่ตั้งโครงการ สภาพแวดล้อมโดยรอบ ความใกล้ชิดกับชุมชน เทคโนโลยีและอุปกรณ์ที่จะใช้ รวมถึงความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นในระยะก่อสร้างและระยะดำเนินงาน เพื่อนำข้อมูลไปใช้ในการออกแบบ การวางแผนก่อสร้าง การกำหนดมาตรการป้องกัน และการคัดเลือกผู้รับเหมาให้สอดคล้องกับมาตรฐานความปลอดภัยของบริษัท และสำหรับกิจกรรมที่ดำเนินการอยู่แล้ว ในสำนักงาน งานก่อสร้างและติดตั้ง รวมถึงงานปฏิบัติการและบำรุงรักษาในโรงงาน โรงไฟฟ้า และสถานีไฟฟ้า บริษัทกำหนดให้การวิเคราะห์งานเพื่อชี้บ่งอันตรายและการประเมินความเสี่ยง (Job Safety Analysis: JSA) เป็นขั้นตอนบังคับก่อนเริ่มปฏิบัติงานในกิจกรรมที่มีความเสี่ยง โดยใช้เป็นเครื่องมือหลักในการชี้บ่งอันตรายและประเมินความเสี่ยงในระดับหน้างาน ผู้ปฏิบัติงานร่วมกับผู้ควบคุมงานจะวิเคราะห์ขั้นตอนการทำงาน ระบุอันตรายที่อาจเกิดขึ้น และประเมินระดับความเสี่ยงจากโอกาสเกิดและความรุนแรงของผลกระทบ เพื่อนำไปกำหนดมาตรการควบคุมที่เหมาะสม ทั้งมาตรการทางวิศวกรรม มาตรการบริหารจัดการ และอุปกรณ์ป้องกันส่วนบุคคล โดยแบบฟอร์ม JSA ต้องได้รับการทบทวนและอนุมัติก่อนเริ่มงาน และทบทวนซ้ำเมื่อมีการเปลี่ยนแปลงขั้นตอนการทำงาน สภาพแวดล้อม เครื่องจักร หรือบุคลากร รวมถึงใช้ประกอบระบบการขออนุญาตทำงานสำหรับกิจกรรมที่มีความเสี่ยงสูง โดยผลการประเมินความเสี่ยงด้านความปลอดภัยประจำปี 2568 พบว่ากิจกรรมที่มีความเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุหรือการบาดเจ็บจากการทำงาน ได้แก่ การทำงานเกี่ยวกับระบบไฟฟ้าแรงสูง การทำงานบนที่สูง การทำงานที่ก่อให้เกิดความร้อนหรือประกายไฟ การทำงานในที่อับอากาศ และการทำงานกับอุปกรณ์และเครื่องจักรอันตราย และบริษัทนำผลการประเมินความเสี่ยงมาใช้ในการกำหนดและปรับปรุงมาตรการบริหารจัดการด้านอาชีวอนามัยและความปลอดภัยอย่างต่อเนื่อง โดยกำหนดตัวชี้วัดผลการดำเนินงานเพื่อติดตามประสิทธิผลของมาตรการ ใช้เป็นข้อมูลในการปรับปรุงกระบวนการทำงานและสื่อสารความเสี่ยงให้ผู้ปฏิบัติงานรับทราบก่อนเริ่มงาน

ระบบการควบคุมงานที่มีความเสี่ยงสูง

บริษัทกำหนดให้กิจกรรมที่มีความเสี่ยงสูง (High-Risk Activities) ต้องอยู่ภายใต้ระบบการอนุญาตทำงาน (Permit to Work) โดยผู้ควบคุมงานหรือผู้มีอำนาจอนุญาตต้องตรวจสอบความพร้อมของพื้นที่ อุปกรณ์ เครื่องมือ และมาตรการควบคุมก่อนเริ่มงาน พร้อมกำหนดสิทธิ์หยุดงาน (Stop Work Authority) ให้พนักงานและผู้รับเหมาสามารถสั่งหยุดงานได้ทันทีเมื่อพบสภาพไม่ปลอดภัย ทั้งนี้มีการตรวจติดตามโดยผู้ควบคุมงานและเจ้าหน้าที่ความปลอดภัยอย่างสม่ำเสมอ และกำหนดมาตรการแก้ไขเมื่อพบการไม่ปฏิบัติตามข้อกำหนดด้านความปลอดภัย

กิจกรรมความเสี่ยงสูง มาตรการป้องกันและควบคุมความเสี่ยง
การทำงานเกี่ยวกับระบบไฟฟ้าแรงสูง
  • ผู้ปฏิบัติงานต้องผ่านการอบรมและได้รับอนุญาตให้ปฏิบัติงาน (Authorized person) ในงานไฟฟ้า และต้องจัดทำการวิเคราะห์งานเพื่อความปลอดภัย (JSA) ก่อนเริ่มงาน พร้อมปฏิบัติตามขั้นตอนการทำงานที่ปลอดภัย
  • ติดตั้งป้ายเตือน ป้ายห้าม และป้ายบังคับในพื้นที่เสี่ยง เช่น สถานีไฟฟ้า พื้นที่กังหันลม และพื้นที่เสี่ยงภายในโรงไฟฟ้า
  • ตรวจสอบความพร้อมของอุปกรณ์ เครื่องมือ และเครื่องจักรก่อนเริ่มงานทุกครั้ง
  • ติดตั้งระบบป้องกันการตก เช่น Life line, Guard rail และ Walkway ในพื้นที่ Solar rooftop
  • ห้ามทำงานลำพัง ต้องมีผู้เฝ้าระวัง (Buddy/Standby person) ตลอดเวลาการปฏิบัติงาน
การทำงานบนที่สูง
  • ผู้ปฏิบัติงานต้องผ่านการอบรมงานที่สูง ตรวจสุขภาพก่อนปฏิบัติงาน และจัดทำ JSA ก่อนเริ่มงาน
  • ตรวจสอบพื้นที่ จุดยึด และสภาพแวดล้อมก่อนทำงานทุกครั้ง
  • ติดตั้งระบบป้องกันการตก เช่น Life line, Guard rail และ Walkway ในพื้นที่ Solar rooftop
  • ผู้ปฏิบัติงานต้องสวมอุปกรณ์ป้องกันการตกและ PPE ตามที่กำหนด
  • เครื่องมือที่ใช้บนที่สูงต้องผูกยึดหรือเก็บในอุปกรณ์พกพา Safety harness
  • มีระบบสื่อสารระหว่างผู้ปฏิบัติงาน เช่น วิทยุสื่อสาร
การทำงานที่ก่อให้เกิดความร้อนหรือประกายไฟ
  • ผู้ปฏิบัติงานต้องผ่านการอบรมและได้รับอนุญาตทำงาน พร้อมจัดทำ JSA ก่อนเริ่มงาน
  • จัดเตรียมถังดับเพลิงหรืออุปกรณ์ดับเพลิงที่เหมาะสมในพื้นที่ปฏิบัติงาน และดำเนินการซ้อมแผนฉุกเฉินด้านอัคคีภัยอย่างสม่ำเสมอ
  • กั้นพื้นที่และติดตั้งป้ายเตือน ห้ามบุคคลที่ไม่เกี่ยวข้องเข้า
  • ผู้ปฏิบัติงานต้องสวม PPE ที่เหมาะสม
  • ตรวจสอบความพร้อมของสายไฟและอุปกรณ์ไฟฟ้าอย่างสม่ำเสมอ และเลือกใช้วัสดุทนไฟ
การทำงานในที่อับอากาศ
  • ผู้ปฏิบัติงานต้องผ่านการอบรม ตรวจสุขภาพ และจัดทำ JSA ก่อนเริ่มงาน พร้อมขออนุญาตทำงาน (Confined Space Permit)
  • ตรวจวัดก๊าซก่อนเข้าและระหว่างทำงาน โดยระดับออกซิเจนต้องอยู่ระหว่าง 19.5 - 23.55% และควบคุมก๊าซอันตรายตามมาตรฐาน
  • จัดให้มีการระบายอากาศ แสงสว่าง และติดตั้งป้ายเตือนบริเวณทางเข้า
  • จัดเตรียมทางเข้าออกเพื่อการอพยพฉุกเฉิน
  • ต้องมีผู้เฝ้าระวัง (Standby man) และทีมช่วยเหลือโดยมีอุปกรณ์และการตรวจวัดก๊าซ
การทำงานกับอุปกรณ์ และเครื่องจักรอันตราย
  • ผู้ปฏิบัติงานต้องผ่านการอบรมและจัดทำ JSA ก่อนเริ่มงาน
  • ผู้ควบคุมเครนหรือรถยกต้องมีใบอนุญาตตามกฎหมาย
  • กั้นพื้นที่ปฏิบัติงานและติดตั้งป้ายเตือนในพื้นที่อันตราย
  • ตรวจสอบความพร้อมของอุปกรณ์ เครื่องจักร ระบบไฟฟ้า และสายดิน รวมถึงติดตั้งระบบตัดไฟอัตโนมัติ
  • ติดตั้งแผงกั้นวงจรไฟฟ้าที่มีแรงสูงหรือแรงดัน และตรวจสอบอุปกรณ์ทุกวัน

นอกจากนี้บริษัทยังกำหนดให้การบริหารความปลอดภัยของผู้รับเหมาเป็นส่วนหนึ่งของระบบอาชีวอนามัยและความปลอดภัยขององค์กร โดยให้ผู้รับเหมาปฏิบัติตามมาตรฐานความปลอดภัยเดียวกับพนักงาน ครอบคลุมตั้งแต่การคัดเลือก การเตรียมความพร้อมก่อนเข้าพื้นที่ การควบคุมระหว่างปฏิบัติงาน และการประเมินผลหลังเสร็จงาน พร้อมกำหนดสิทธิหยุดงานเมื่อพบสภาพไม่ปลอดภัย และนำผลการปฏิบัติงานด้านความปลอดภัยมาใช้ประกอบการพิจารณาว่าจ้างในครั้งถัดไป

การควบคุมผู้รับเหมา

การควบคุมผู้รับเหมา
  • ผู้รับเหมาต้องผ่านการประเมินด้านความปลอดภัยก่อนเริ่มงาน (Safety pre-qualification)
  • ผู้รับเหมาต้องเข้ารับการอบรมความปลอดภัยก่อนเข้าพื้นที่ (Safety induction)
  • ต้องจัดทำและส่ง JSA ให้บริษัทอนุมัติก่อนเริ่มงาน
  • บริษัทมีสิทธิ์สั่งหยุดงานหรือถอดผู้รับเหมาที่ไม่ปฏิบัติตามข้อกำหนดด้านความปลอดภัย
การสร้างวัฒนธรรมความปลอดภัย

บริษัทส่งเสริมการมีส่วนร่วมและสร้างวัฒนธรรมความปลอดภัยให้แก่พนักงานและผู้รับเหมาอย่างเป็นระบบ ผ่านการสื่อสาร การฝึกอบรม และกิจกรรมตามลักษณะงาน โดยมีการอบรมด้านความปลอดภัยก่อนเริ่มปฏิบัติงานและระหว่างการปฏิบัติงาน ควบคู่กับการตรวจสอบความปลอดภัยในพื้นที่ปฏิบัติงาน (Site Safety Inspection) การตรวจติดตาม (Safety Patrol) และการตรวจประเมิน (Safety Audit) เพื่อค้นหาและแก้ไขความเสี่ยงอย่างทันท่วงที รวมถึงการตรวจวัดสภาพแวดล้อมในการทำงาน (Workplace Monitoring) เพื่อประเมินและปรับปรุงสภาพแวดล้อมให้เป็นไปตามมาตรฐานที่กฎหมายกำหนด พร้อมส่งเสริมความเป็นระเบียบเรียบร้อยผ่านกิจกรรม 5ส (5S) ในพื้นที่โรงงาน โรงไฟฟ้า และโครงการก่อสร้าง นอกจากนี้ บริษัทยังจัดกิจกรรมสื่อสารด้านความปลอดภัยก่อนเริ่มงาน (Safety Talk/Toolbox Talk) เมื่อมีงานใหม่หรือมีการเปลี่ยนแปลงพื้นที่ทำงาน และดำเนินกิจกรรม KYT (Kiken Yoshi Training) เพื่อให้ผู้ปฏิบัติงานร่วมกันวิเคราะห์อันตรายและกำหนดมาตรการป้องกันก่อนเริ่มงาน โดยเฉพาะในโครงการก่อสร้าง เพื่อปลูกฝังจิตสำนึกและเสริมสร้างความตระหนักด้านความปลอดภัยอย่างต่อเนื่อง

ในปี 2568 บริษัทได้จัดฝึกอบรมด้านความปลอดภัยครอบคลุมทั้งความปลอดภัยพื้นฐาน การทำงานเกี่ยวกับไฟฟ้า การทำงานบนที่สูงและในที่อับอากาศ การใช้ยานพาหนะ การตอบโต้เหตุฉุกเฉินและสารเคมี รวมถึงการซ้อมอพยพหนีไฟและดับเพลิงขั้นต้น มีผู้เข้าร่วมอบรมรวมมากกว่า 1,446 คน เพื่อพัฒนาความรู้และลดความเสี่ยงจากการปฏิบัติงาน ขณะเดียวกัน บริษัทส่งเสริมสุขภาพเชิงป้องกันภายใต้แนวคิด “สุขครบ 4 ดี เพื่อชีวิตสมดุลที่ทำงาน” โดยให้ความรู้ด้านสุขภาพ การปรับพฤติกรรมการใช้ชีวิตที่เหมาะสม การป้องกันโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ พร้อมจัดให้มีการตรวจสุขภาพประจำปีและให้คำแนะนำด้านสุขภาพรายบุคคล เพื่อสนับสนุนการบริหารจัดการความเสี่ยงด้านสุขภาพและการเข้าถึงการดูแลรักษาที่เหมาะสมของพนักงานอย่างต่อเนื่อง

การติดตามและตรวจสอบด้านความปลอดภัย

บริษัทมีการติดตามและตรวจสอบสถิติความปลอดภัยของผู้ปฏิบัติงานอย่างต่อเนื่อง เพื่อประเมินประสิทธิภาพการดำเนินงานด้านความปลอดภัย โดยคณะกรรมการความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงานทำหน้าที่สอบสวนเหตุการณ์หรืออุบัติเหตุจากการทำงาน ผ่านการวิเคราะห์หาสาเหตุและกำหนดมาตรการป้องกันและแก้ไข พร้อมระบุผู้รับผิดชอบในการติดตามผลการดำเนินงานตามมาตรการดังกล่าว และรายงานผลต่อผู้บริหารและคณะกรรมการที่เกี่ยวข้องตามโครงสร้างการกำกับดูแลของบริษัท ผลการสอบสวนจะรายงานให้ผู้จัดการโครงการรับทราบ เพื่อนำไปปรับปรุงการดำเนินงานและป้องกันการเกิดเหตุซ้ำ นอกจากนี้ บริษัทยังใช้ช่องทางการสื่อสารต่าง ๆ เพื่อแจ้งเตือนและสร้างความตระหนักเกี่ยวกับเหตุการณ์ไม่ปลอดภัยหรือสภาพเสี่ยงแก่พนักงานและผู้รับเหมาอย่างสม่ำเสมอ และในกรณีที่เกิดความเสียหายหรือมีผู้ได้รับบาดเจ็บจากการทำงาน บริษัทจะดำเนินการช่วยเหลือและเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบอย่างเหมาะสม

ผู้มีส่วนได้เสียที่เกี่ยวข้อง

พนักงาน
คู่ค้าธุรกิจ
ชุมชนและสังคม