ความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อมและความหลากหลายทางชีวภาพ
การสนับสนุนเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน
เป้าหมายและผลการดำเนินงาน

เป้าหมายปี 2568
ผลการดำเนินงานปี 2568

เป้าหมายปี 2568
ผลการดำเนินงานปี 2568

เป้าหมายปี 2568
ผลการดำเนินงานปี 2568

เป้าหมายปี 2568
ผลการดำเนินงานปี 2568
ความท้าทายและโอกาสทางธุรกิจ
การพัฒนาโครงการพลังงานสะอาดและโครงสร้างพื้นฐานไฟฟ้ามีความเชื่อมโยงกับการใช้พื้นที่และทรัพยากรธรรมชาติ ซึ่งอาจส่งผลต่อระบบนิเวศและความหลากหลายทางชีวภาพในพื้นที่ดำเนินโครงการ
โดยเฉพาะในช่วงการพัฒนาและก่อสร้างโครงการที่อาจเกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนแปลงสภาพพื้นที่ การใช้ที่ดิน และการรบกวนแหล่งที่อยู่อาศัยของสิ่งมีชีวิต หากไม่มีการวางแผนและบริหารจัดการอย่างเหมาะสม อาจนำไปสู่ผลกระทบต่อระบบนิเวศในพื้นที่ ข้อกังวลจากชุมชนหรือองค์กรที่เกี่ยวข้อง ตลอดจนข้อจำกัดด้านกฎระเบียบและการอนุมัติโครงการ ซึ่งอาจส่งผลต่อระยะเวลาการพัฒนาโครงการและความต่อเนื่องของแผนการลงทุนของบริษัท ในขณะเดียวกันการให้ความสำคัญกับการบริหารจัดการผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมและความหลากหลายทางชีวภาพอย่างเป็นระบบ ถือเป็นโอกาสในการยกระดับกระบวนการพัฒนาโครงการให้สอดคล้องกับบริบทของพื้นที่และแนวปฏิบัติที่ดีด้านสิ่งแวดล้อม บริษัทสามารถนำแนวทางการประเมินและบริหารจัดการความเสี่ยงด้านระบบนิเวศมาใช้ตั้งแต่ขั้นตอนการคัดเลือกพื้นที่พัฒนาโครงการ การออกแบบโครงการเพื่อลดผลกระทบต่อพื้นที่ธรรมชาติ การกำหนดมาตรการป้องกันและลดผลกระทบ ตลอดจนการติดตามและฟื้นฟูสภาพแวดล้อมในพื้นที่ดำเนินงาน แนวทางดังกล่าวช่วยเสริมสร้างความเชื่อมั่นจากผู้มีส่วนได้เสีย สนับสนุนการดำเนินโครงการให้เป็นไปอย่างราบรื่น และเพิ่มขีดความสามารถของบริษัทในการพัฒนาโครงการพลังงานสะอาดและโครงสร้างพื้นฐานให้เติบโตควบคู่ไปกับการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติในระยะยาว

แนวทางการบริหารจัดการและการสร้างคุณค่า
แนวทางการบริหารจัดการด้านสิ่งแวดล้อม
บริษัทดำเนินธุรกิจโดยบูรณาการประเด็นด้านสิ่งแวดล้อมเข้ากับกลยุทธ์องค์กรอย่างเป็นระบบ ควบคู่กับการเพิ่มสัดส่วนการผลิตพลังงานสะอาด เพื่อลดผลกระทบต่อระบบนิเวศและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศอย่างเป็นรูปธรรม บริษัทกำหนดและทบทวนนโยบายการบริหารจัดการด้านสิ่งแวดล้อมและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศเป็นประจำทุกปี เพื่อให้สอดคล้องกับบริบททางธุรกิจ ความเสี่ยง และความคาดหวังของผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย
ทั้งนี้ บริษัทยึดถือระบบการจัดการสิ่งแวดล้อมตามมาตรฐาน ISO 14001 (ISO 14001:2015) มาใช้เป็นกรอบในการกำกับดูแลครอบคลุมในส่วนของโรงงานผลิตอุปกรณ์ไฟฟ้าแรงสูง โรงไฟฟ้าพลังงานลม และโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ รวมถึงส่งเสริมกิจกรรมทางธุรกิจด้านวิศวกรรมและ Turnkey เพื่อควบคุม ป้องกัน และลดผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม ตลอดจนเพิ่มประสิทธิภาพการใช้ทรัพยากร นอกจากนี้ บริษัทยังมุ่งส่งเสริมการมีส่วนร่วมของบุคลากรและผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกภาคส่วนในการพัฒนาและปรับปรุงกระบวนการดำเนินงานด้านสิ่งแวดล้อมอย่างต่อเนื่อง พร้อมกำหนดและดำเนินมาตรการเชิงป้องกันเพื่อลดผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น รวมถึงติดตามและประเมินผลอย่างเป็นระบบ เพื่อขับเคลื่อนองค์กรสู่ความยั่งยืนด้านสิ่งแวดล้อมและสนับสนุนการเติบโตในระยะยาวอย่างมีประสิทธิภาพ
| ประเด็นสิ่งแวดล้อม | มาตรการป้องกันและแก้ไขเพื่อลดผลกระทบ |
|---|---|
| คุณภาพอากาศ |
|
|
|
|
|
| ระดับเสียง |
|
|
|
|
|
| การปล่อยก๊าซเรือนกระจก |
|
| การใช้น้ำ |
|
|
|
|
|
| การระบายน้ำ |
|
| การใช้พลังงาน |
|
| ของเสียไม่อันตรายจากกระบวนการผลิต |
|
| ของเสียอันตรายจากกระบวนการผลิต |
|
| ความหลากหลายทางชีวภาพ |
|
เพื่อให้การดำเนินงานด้านสิ่งแวดล้อมและความหลากหลายทางชีวภาพเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ บริษัทจึงกำหนดมาตรการป้องกันและลดผลกระทบต่อระบบนิเวศในทุกขั้นตอนของการดำเนินโครงการ ดังแสดงในตารางข้างต้น พร้อมบูรณาการประเด็นความหลากหลายทางชีวภาพเข้าสู่กระบวนการบริหารจัดการความเสี่ยงและการพัฒนาโครงการอย่างเป็นระบบ โดยมีการดำเนินงานดังนี้
ความมุ่งมั่นด้านความหลากหลายทางชีวภาพ
บริษัทให้ความสำคัญต่อการดำเนินธุรกิจควบคู่กับการรักษาความสมบูรณ์ของระบบนิเวศ โดยยึดถือแนวทางตามนโยบายการบริหารจัดการด้านสิ่งแวดล้อมและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่มุ่งสนับสนุนและมีส่วนร่วมในการปกป้องระบบนิเวศและความหลากหลายทางชีวภาพ พร้อมควบคุม ป้องกัน และลดผลกระทบจากการดำเนินธุรกิจอย่างเป็นระบบ บริษัทจึงบูรณาการมิติด้านสิ่งแวดล้อมเข้าสู่กระบวนการพัฒนาโครงการตั้งแต่ระยะเริ่มต้น เพื่อหลีกเลี่ยงและลดผลกระทบต่อถิ่นที่อยู่อาศัยของสิ่งมีชีวิตและพื้นที่คุ้มครองตามกฎหมาย พร้อมทั้งส่งเสริมการฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติและการจัดการทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อรักษาสมดุลของระบบนิเวศและสร้างคุณค่าเชิงบวกต่อสิ่งแวดล้อมในระยะยาว
การประเมินความเสี่ยงด้านความหลากหลายทางชีวภาพ
การประเมินความเสี่ยงภาพรวมด้านความหลากหลายทางชีวภาพขององค์กร
บริษัทดำเนินการประเมินความเสี่ยงด้านความหลากหลายทางชีวภาพครอบคลุมทุกพื้นที่ปฏิบัติงาน ทั้งโครงการที่ดำเนินงานอยู่และโครงการที่อยู่ระหว่างการพัฒนาในอนาคต โดยอ้างอิงนิยามพื้นที่คุ้มครองตามมาตรฐานสากลของ IUCN และใช้เครื่องมือ WWF Biodiversity Risk Filter (BRFS) เพื่อระบุและวิเคราะห์ปัจจัยความเสี่ยงเชิงพื้นที่อย่างเป็นระบบ
ขอบเขตการประเมินและดัชนีชี้วัดที่สำคัญ
บริษัทให้ความสำคัญกับการวิเคราะห์ความเสี่ยงใน 2 มิติหลัก เพื่อกำหนดแนวทางบริหารจัดการที่เหมาะสมกับบริบททางนิเวศวิทยาของแต่ละพื้นที่ ได้แก่
- ความเสี่ยงทางกายภาพ (Physical Risk) ประเมินความสมบูรณ์ของระบบนิเวศโดยรอบ (Ecosystem Condition) และสภาพแวดล้อมทางธรรมชาติที่อาจส่งผลต่อความยั่งยืนของโครงการในระยะยาว
- ความเสี่ยงด้านภาพลักษณ์ (Reputational Risk) วิเคราะห์ความใกล้ชิดของพื้นที่โครงการกับเขตพื้นที่คุ้มครอง (Protected Areas) และพื้นที่สำคัญด้านความหลากหลายทางชีวภาพ (Key Biodiversity Areas: KBAs)
ในปี 2568 บริษัทมีพื้นที่ดำเนินการทั้งหมด 40 โครงการ ครอบคลุมสำนักงานใหญ่ โรงงานผลิตอุปกรณ์ไฟฟ้าแรงสูง โรงไฟฟ้าพลังงานลม และโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ (ไม่รวมโครงการติดตั้งบนหลังคาที่ไม่มีการใช้พื้นที่อย่างมีนัยสำคัญ) โดยทุกโครงการผ่านกระบวนการประเมินความเสี่ยงด้านความหลากหลายทางชีวภาพ
Number of Sites by Risk Type
Number of Sites by Risk Type
WWF Biodiversity Risk Filter Levels
ต่ำมาก (1.0-1.8)
ต่ำ (1.8-2.6)
ปานกลาง (2.6-3.4)
สูง (3.4-4.2)
สูงมาก (4.2-5.0)
ผลการวิเคราะห์ฐานข้อมูลเชิงพื้นที่พบว่า ไม่มีโครงการใดตั้งอยู่ในเขตพื้นที่คุ้มครองตามนิยามของ IUCN โดยภาพรวมระดับความเสี่ยงส่วนใหญ่อยู่ในระดับต่ำถึงปานกลาง และไม่พบพื้นที่ที่มีความเสี่ยงระดับสูงมาก (Very High) อย่างไรก็ตาม เมื่อพิจารณาในมิติ ความเสี่ยงทางกายภาพ (Physical Risk) พบโครงการที่มีความเสี่ยงระดับสูงจำนวน 5 โครงการ หรือร้อยละ 12.50 ขณะที่ในมิติ ความเสี่ยงด้านภาพลักษณ์ (Reputational Risk) พบโครงการที่อยู่ในระดับที่ต้องเฝ้าระวังคิดเป็นร้อยละ 42.50 ของโครงการทั้งหมด ผลการประเมินดังกล่าวถูกนำมาใช้ประกอบการจัดลำดับความสำคัญของพื้นที่ที่ต้องมีมาตรการบริหารจัดการด้านความหลากหลายทางชีวภาพอย่างเข้มงวด และใช้เป็นข้อมูลสนับสนุนการออกแบบมาตรการลดผลกระทบตามหลักการ Mitigation Hierarchy ได้แก่ การหลีกเลี่ยง (Avoid) การลดผลกระทบ (Minimize) และการฟื้นฟูหรือชดเชย (Restore and Offset)
การประเมินความเสี่ยงด้านความหลากหลายทางชีวภาพในโครงการใหม่
บริษัทประเมินผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมและสังคม (Environmental and Social Impact Assessment: ESIA) สำหรับโครงการที่อยู่ระหว่างการพัฒนา เพื่อให้การดำเนินธุรกิจเป็นไปอย่างรับผิดชอบต่อระบบนิเวศและความหลากหลายทางชีวภาพ ในปี 2568 บริษัทได้ดำเนินการประเมินความหลากหลายทางชีวภาพเชิงลึกภายใต้กระบวนการ ESIA สำหรับโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ ได้แก่ โครงการ NRTW3 จังหวัดนราธิวาส (60.8 เมกะวัตต์) โครงการ PTN จังหวัดปัตตานี (78.6 เมกะวัตต์) และโครงการ STN จังหวัดสตูล (91.3 เมกะวัตต์) ซึ่งมีกำหนดเปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์ในปี 2569 เป็นต้นไป การประเมินดังกล่าวใช้เครื่องมือ Integrated Biodiversity Assessment Tool (IBAT) ร่วมกับการสำรวจภาคสนามโดยผู้เชี่ยวชาญอิสระ (Third-party Experts) เพื่อวิเคราะห์ความเสี่ยงด้านความหลากหลายทางชีวภาพตามแนวทาง IFC Performance Standard 6 (PS6) และ IFC Guidance Note 6 โดยมีผลการประเมินที่สำคัญ ดังนี้
- การประเมินสถานะถิ่นที่อยู่อาศัย (Habitat Assessment) จากการสำรวจพบว่าพื้นที่โครงการส่วนใหญ่เป็นพื้นที่ที่ผ่านการเปลี่ยนแปลงโดยกิจกรรมของมนุษย์ (Modified Habitat) เช่น พื้นที่เกษตรกรรมและนาข้าวร้าง ซึ่งมีระดับความเปราะบางทางนิเวศวิทยาต่ำ
- การจัดการชนิดพันธุ์ที่มีสถานะอนุรักษ์ จากผลการสำรวจความหลากหลายทางชีวภาพในพื้นที่โครงการและบริเวณโดยรอบ พบชนิดพันธุ์ของสิ่งมีชีวิต ดังนี้
| ความหลากหลายของชนิดพันธุ์ | โครงการ NRTW3 | โครงการ PTN | โครงการ STN |
|---|---|---|---|
| ความหลากหลายของชนิดพันธุ์ รวม | 357 ชนิด | 334 ชนิด | 308 ชนิด |
| ชนิดพันธุ์พืช (Flora) | 208 ชนิด | 199 ชนิด | 186 ชนิด |
| ชนิดพันธุ์สัตว์ (Fauna) | 149 ชนิด | 135 ชนิด | 122 ชนิด |
เพื่อให้มั่นใจว่าข้อมูลความเสี่ยงจากการประเมินข้างต้นจะถูกนำไปบริหารจัดการอย่างมีประสิทธิภาพ บริษัทจึงได้นำผลลัพธ์ที่ได้เข้าสู่กระบวนการ "การมีส่วนร่วมเพื่อลดผลกระทบด้านความหลากหลายทางชีวภาพ" โดยยึดหลักการบริหารจัดการตามลำดับขั้นความสำคัญ หรือ Mitigation Hierarchy ตั้งแต่การหลีกเลี่ยงไปจนถึงการชดเชย เพื่อสร้างผลลัพธ์ที่เป็นบวกต่อธรรมชาติและรักษาความสมดุลของระบบนิเวศในพื้นที่ปฏิบัติงานอย่างเป็นรูปธรรม
การมีส่วนร่วมเพื่อลดผลกระทบด้านความหลากหลายทางชีวภาพ
บริษัทนำผลการประเมินความเสี่ยงด้านความหลากหลายทางชีวภาพมาใช้ในการจัดลำดับความสำคัญของพื้นที่ที่ต้องมีมาตรการบริหารจัดการเชิงรุก โดยเฉพาะในพื้นที่ที่มีค่าความเสี่ยงระดับเฝ้าระวังเพื่อกำหนดมาตรการจัดการเชิงรุกและแผนติดตามตรวจสอบอย่างเข้มงวด ทั้งในโครงการปัจจุบันและโครงการพัฒนาใหม่ ผ่านการประยุกต์ใช้หลักการลำดับขั้นการจัดการผลกระทบ (Mitigation Hierarchy) ควบคู่ไปกับการกำกับดูแลอย่างเป็นระบบ เพื่อมุ่งเน้นการบรรเทาผลกระทบและธำรงไว้ซึ่งความสมบูรณ์ของระบบนิเวศอย่างยั่งยืน
| รายละเอียดการดำเนินงาน | |
|---|---|
|
หลีกเลี่ยงผลกระทบ (Avoid) |
|
|
บรรเทาผลกระทบ (Minimize) |
|
|
ฟื้นฟูและชดเชย (Restore and Offset) |
|
แผนการดำเนินงานในอนาคต
บริษัทมีแผนยกระดับการบริหารจัดการความหลากหลายทางชีวภาพสู่มาตรฐานสากล โดยมุ่งเน้นการจัดทำแผนปฏิบัติการด้านความหลากหลายทางชีวภาพ (Biodiversity Action Plan: BAP) ในพื้นที่ที่มีนัยสำคัญทางนิเวศวิทยาในอนาคต โดยเริ่มจากการคัดเลือกพื้นที่ดำเนินงานที่มีความสำคัญทางนิเวศวิทยา ที่มีความเปราะบางของชนิดพันธุ์พืชและสัตว์ เพื่อนำมาวิเคราะห์และออกแบบแนวทางอนุรักษ์เชิงรุกที่เฉพาะเจาะจง การดำเนินงานนี้มีเป้าหมายเพื่อสร้างผลลัพธ์ที่เป็นบวกต่อธรรมชาติ (Nature Positive) และลดการสูญเสียความหลากหลายทางชีวภาพสุทธิ (No Net Loss) ผ่านการบูรณาการความร่วมมือกับผู้เชี่ยวชาญและชุมชนท้องถิ่น เพื่อสร้างความมั่นคงด้านทรัพยากรธรรมชาติควบคู่ไปกับการเติบโตของธุรกิจพลังงานสะอาดอย่างยั่งยืน