เป้าหมายและผลการดำเนินงาน

เป้าหมายปี 2568
ประเมินความเสี่ยงระดับองค์กรและระดับกิจกรรม พร้อมรายงานประเด็นความเสี่ยงและมาตรการบริหารความเสี่ยง รายไตรมาส
ผลการดำเนินงานปี 2568
รายไตรมาส

ความท้าทายและโอกาสทางธุรกิจ

ธุรกิจพลังงานและโครงสร้างพื้นฐานมีลักษณะการลงทุนระยะยาว ใช้เงินลงทุนสูง และเกี่ยวข้องกับปัจจัยภายนอกหลายด้าน ทำให้บริษัทต้องเผชิญความท้าทายจากความไม่แน่นอนของกฎระเบียบ นโยบายภาครัฐ การเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยี ความผันผวนของห่วงโซ่อุปทาน ตลอดจนผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและภัยธรรมชาติ

ซึ่งอาจส่งผลต่อแผนการดำเนินโครงการ ระยะเวลาการก่อสร้าง ต้นทุนการดำเนินงาน และความสามารถในการผลิตไฟฟ้าตามเป้าหมายที่กำหนดไว้ หากไม่สามารถบริหารจัดการความเสี่ยงได้อย่างมีประสิทธิภาพ อาจกระทบต่อผลตอบแทนการลงทุน เสถียรภาพของรายได้ และความเชื่อมั่นของผู้มีส่วนได้เสีย ขณะเดียวกันความท้าทายดังกล่าวยังเปิดโอกาสให้บริษัทพัฒนาแนวทางการบริหารจัดการความเสี่ยงเชิงรุก เสริมสร้างความยืดหยุ่นทางธุรกิจ (Business Resilience) และยกระดับความพร้อมในการรับมือกับภาวะวิกฤต การมีระบบบริหารความเสี่ยงและแผนบริหารความต่อเนื่องทางธุรกิจที่มีประสิทธิภาพ ช่วยลดผลกระทบจากเหตุการณ์ไม่คาดคิด สนับสนุนความต่อเนื่องในการดำเนินงานและเสถียรภาพของกระแสเงินสด ตลอดจนเพิ่มความเชื่อมั่นของนักลงทุนและสถาบันการเงิน ส่งผลให้บริษัทมีศักยภาพในการเข้าถึงแหล่งเงินทุน การบริหารพอร์ตโฟลิโอธุรกิจหลักอย่างสมดุล และการขยายสู่ธุรกิจใหม่ที่เป็นโอกาสการเติบโตในอนาคต (New S-Curve) ได้อย่างมั่นคงและยั่งยืน

แนวทางการบริหารจัดการและการสร้างคุณค่า

นโยบายการบริหารจัดการความเสี่ยง

บริษัทตระหนักถึงความสำคัญของการบริหารจัดการความเสี่ยงอย่างเป็นระบบภายใต้หลักการกำกับดูแลกิจการที่ดี เพื่อสนับสนุนการดำเนินงานให้มีประสิทธิภาพ บรรลุเป้าหมายอย่างยั่งยืน และเสริมสร้างความสามารถในการปรับตัวต่อบริบททางสังคมและความท้าทายที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว อันนำไปสู่โอกาสในการเติบโตทางธุรกิจ

บริษัทจึงกำหนดนโยบายการบริหารความเสี่ยงองค์กรเป็นกรอบและแนวทางปฏิบัติร่วมกันสำหรับบริษัทและบริษัทย่อย เพื่อให้การบริหารความเสี่ยงเป็นไปในทิศทางเดียวกันทั่วทั้งองค์กร สอดคล้องกับกฎหมาย กฎระเบียบ และข้อกำหนดของหน่วยงานกำกับดูแลที่เกี่ยวข้อง รวมถึงหลักการกำกับดูแลกิจการที่ดีและมาตรการต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชัน นโยบายนี้มุ่งส่งเสริมให้การบริหารความเสี่ยงและระบบการควบคุมภายในถูกบูรณาการเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการดำเนินงานในทุกระดับขององค์กร โดยกำหนดบทบาท หน้าที่ และความรับผิดชอบในการบริหารและควบคุมความเสี่ยงอย่างเหมาะสม เพื่อให้สามารถระบุ ประเมิน จัดการ และติดตามความเสี่ยงได้อย่างครอบคลุม เชื่อมโยงในทุกมิติ และควบคุมให้อยู่ในระดับที่ยอมรับได้ ทั้งในด้านกลยุทธ์ การดำเนินงาน การเงิน การปฏิบัติตามกฎหมาย ตลอดจนประเด็นด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล

โครงสร้างการบริหารจัดการความเสี่ยง

บริษัทได้จัดตั้งคณะกรรมการบริหารความเสี่ยง และคณะทำงานบริหารความเสี่ยง เพื่อทำหน้าที่ในการกำกับดูแล กําหนดนโยบายแนวปฏิบัติและกรอบการดําเนินงานด้านการบริหารความเสี่ยง รวมถึงติดตาม และสนับสนุนให้การบริหารความเสี่ยงขององค์กรเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและประสิทธิผล ดังนี้

โครงสร้างการบริหารจัดการความเสี่ยง
ขอบเขตอำนาจหน้าที่และความรับผิดชอบ
องค์ประกอบตามโครงสร้างการบริหารความเสี่ยง อำนาจหน้าที่
คณะกรรมการบริษัท กำกับดูแลให้มีการดำเนินการบริหารความเสี่ยงอย่างเหมาะสมและสม่ำเสมอทั่วทั้งองค์กรผ่านคณะกรรมการบริหารความเสี่ยง รับทราบผลการบริหารความเสี่ยงและเสนอแนะแนวทางการพัฒนา
คณะกรรมการตรวจสอบ สนับสนุนคณะกรรมการบริษัทในการปฏิบัติหน้าที่ด้านการบริหารความเสี่ยง โดยสอบทานให้มั่นใจว่าระบบการบริหารความเสี่ยงมีความเหมาะสมและมีประสิทธิผล
คณะกรรมการบริหารความเสี่ยง สร้างความเชื่อมั่นว่าความเสี่ยงทางธุรกิจที่สำคัญได้รับการระบุและประเมินอย่างสม่ำเสมอ รวมทั้งได้มีการกำหนดมาตรการจัดการความเสี่ยงที่มีประสิทธิผล
  • กำหนดให้มีการบริหารจัดการความเสี่ยงด้านความยั่งยืน โดยมีประเด็นความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับ สิ่งแวดล้อม (Environmental) สังคม (Social) และธรรมาภิบาล (Governance) หรือ ESG เพื่อเตรียมความพร้อมในการป้องกัน และแก้ไข รวมไปถึงการแสวงหาโอกาสในการดำเนินธุรกิจจากความเสี่ยงเหล่านี้อย่างมีประสิทธิภาพ
คณะกรรมการบริหาร กำกับดูแลให้องค์กรมีการปฏิบัติตามนโยบายการบริหารความเสี่ยง ผลักดันให้เกิดการนำไปใช้อย่างต่อเนื่องภายในบริษัทและกลุ่มบริษัท และสอบทานการบริหารความเสี่ยง รวมทั้งระบบการควบคุมภายใน
ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ดำเนินการให้องค์กรมีการปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด และติดตามให้เกิดการนำไปใช้อย่างต่อเนื่อง รวมทั้งสร้างความตระหนักต่อความเสี่ยงและการจัดการความเสี่ยงจนเป็นวัฒนธรรมองค์กร
คณะทำงานบริหารความเสี่ยง ดำเนินการตามนโยบายการบริหารความเสี่ยง สอบทานการระบุ วิเคราะห์ ประเมิน ความเสี่ยงแต่ละสายงาน ติดตามผลการปฏิบัติตามแผนการบริหารความเสี่ยงทั้งระดับกิจกรรมและระดับองค์กร และสอบทานมาตรการที่เหมาะสมในการจัดการความเสี่ยงเพื่อรายงานต่อประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และประสานงานกับเลขานุการคณะกรรมการบริหารความเสี่ยง
ฝ่ายบริหารความเสี่ยง ดำเนินการให้มีระบบการบริหารความเสี่ยง จัดทำแผนบริหารความเสี่ยง รายงานและประเมินผลการดำเนินงานตามแผนการบริหารความเสี่ยง รวมทั้งทบทวนแผนการบริหารความเสี่ยงเพื่อปรับปรุงการดำเนินงานต่อไปในอนาคต
ผู้บริหารและพนักงานทุกคน ระบุ วิเคราะห์ ประเมิน และจัดลำดับความเสี่ยง และกำหนดตัวชี้วัดด้านความเสี่ยง (Key Risk Indicators : KRIs) ของหน่วยงานที่รับผิดชอบ รวมถึงกำหนดมาตรการที่เหมาะสมในการจัดการความเสี่ยง โดยถือเป็นส่วนหนึ่งของการปฏิบัติงานที่รับผิดชอบ
ฝ่ายตรวจสอบภายใน สอบทานประสิทธิผลของการควบคุมภายในผ่านการตรวจสอบภายในประจำปี ซึ่งเป็นการตรวจสอบกระบวนการทางธุรกิจที่สำคัญตามปัจจัยความเสี่ยง รวมทั้งติดตามการปรับปรุงแก้ไขข้อบกพร่องที่ตรวจพบ
แนวทางการบริหารจัดการความเสี่ยง

แนวปฏิบัติการบริหารจัดการความเสี่ยงของบริษัท เป็นไปตามหลักการของ Enterprise Risk Management – Integrated Framework ซึ่งจัดทำโดย The Committee of Sponsoring Organizations of the Treadway Commission (COSO) ในการบริหารจัดการความเสี่ยง และมีการแต่งตั้งคณะทำงานบริหารความเสี่ยงของบริษัท ซึ่งประกอบด้วยผู้บริหารจากทุกสายงาน เพื่อให้การจัดการความเสี่ยงครอบคลุมและเชื่อมโยงประเด็นความเสี่ยงในทุกด้าน ได้แก่ ความเสี่ยงด้านกลยุทธ์ (Strategic Risk) ความเสี่ยงด้านการปฏิบัติงาน (Operations Risk) ความเสี่ยงด้านการเงิน (Financial Risk) ความเสี่ยงด้านการปฏิบัติตามกฎหมาย/กฎระเบียบ (Compliance Risk) รวมถึงความเสี่ยงด้านความยั่งยืน โดยมีประเด็นความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับเรื่องสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล (ESG Risk) และความเสี่ยงที่เกิดใหม่ (Emerging Risk) ตลอดจนกำหนดให้มีการรายงานผลการบริหารความเสี่ยงทุกไตรมาส เพื่อประเมินและติดตามมาตรการจัดการความเสี่ยงให้อยู่ในระดับที่ยอมรับได้ เพื่อเตรียมความพร้อมและตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงต่าง ๆ ที่อาจส่งผลต่อการดำเนินธุรกิจได้อย่างเหมาะสมและทันท่วงที

กระบวนการบริหารจัดการความเสี่ยง

บริษัทดำเนินการประเมินและทบทวนประเด็นความเสี่ยงที่อาจส่งผลกระทบต่อการดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง โดยพิจารณาทั้งปัจจัยภายในและภายนอกองค์กร ควบคู่กับการวิเคราะห์ผลกระทบและโอกาสในการเกิด เพื่อกำหนดระดับความรุนแรงและความถี่ของความเสี่ยงในตาราง Enterprise Risk Matrix ซึ่งครอบคลุมความเสี่ยงทุกประเภท ทั้งนี้ บริษัทมีกระบวนการบริหารความเสี่ยงอย่างเป็นระบบ เพื่อให้สามารถบริหารจัดการความเสี่ยงได้อย่างมีประสิทธิภาพ และควบคุมความเสี่ยงคงเหลือให้อยู่ในระดับที่ยอมรับได้อย่างเหมาะสม

กระบวนการบริหารจัดการความเสี่ยง
การระบุความเสี่ยง

พิจารณาและระบุปัจจัยความเสี่ยงในทุกด้านในกิจกรรมการดำเนินธุรกิจทั้งจากปัจจัยภายในและปัจจัยภายนอกอย่างสม่ำเสมอ ครอบคลุมถึงความเสี่ยงเชิงกลยุทธ์ ความเสี่ยงทางการเงิน ความเสี่ยงด้านการบริหารการก่อสร้าง ความเสี่ยงด้านการปฏิบัติตามกฎหมาย ความเสี่ยงด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ ความเสี่ยงด้านการปฏิบัติงานอื่น ๆ รวมถึงความเสี่ยงด้านความยั่งยืน หรือ ความเสี่ยงด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล ที่ครอบคลุมความเสี่ยงด้านการทุจริตคอร์รัปชัน

การประเมินความเสี่ยง

ประเมินและจัดลำดับความเสี่ยงจากการประเมินโอกาสที่จะเกิดความเสี่ยงและระดับความรุนแรงของผลกระทบในด้านต่าง ๆ ในตาราง Enterprise Risk Matrix

การตอบสนองต่อความเสี่ยง

กําหนดมาตรการในการป้องกันและบรรเทาผลกระทบที่อาจเกิดความเสี่ยง เพื่อตอบสนองความเสี่ยงและโอกาสในแต่ละประเภท

การติดตามและควบคุมความเสี่ยง

กำหนดตัวชี้วัดด้านความเสี่ยง Key Risk Indicators (KRIs) พร้อมกําหนดผู้รับผิดชอบในการรายงาน และการติดตามเพื่อการประเมินผลความเสี่ยงที่อาจจะเกิดขึ้นให้อยู่ในระดับตํ่าหรือในระดับที่ยอมรับได้

การสื่อสารและการรายงาน

ประยุกต์ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศที่ทันสมัยในกระบวนการบริหารความเสี่ยงของบริษัท เพื่อสื่อสารและรายงานการบริหารความเสี่ยง รวมถึงสนับสนุนให้บุคลากรทุกระดับสามารถเข้าถึงข้อมูลข่าวสารการบริหารความเสี่ยงอย่างทั่วถึง เพื่อให้มั่นใจว่ากระบวนการบริหารจัดการความเสี่ยงมีประสิทธิภาพและเพียงพอ

ประเด็นความเสี่ยงด้านความยั่งยืน

ภายใต้กรอบการบริหารความเสี่ยงองค์กร บริษัทได้บูรณาการการพิจารณาความเสี่ยงด้านความยั่งยืนเข้าเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการบริหารความเสี่ยงในทุกระดับ เพื่อสนับสนุนการเติบโตทางธุรกิจควบคู่กับความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล (ESG) อย่างรอบด้าน การประเมินดังกล่าวครอบคลุมทั้งความเสี่ยงที่มีอยู่ในปัจจุบันและความเสี่ยงใหม่ที่อาจเกิดขึ้นจากบริบทโลกที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว โดยพิจารณาทั้งผลกระทบต่อการดำเนินธุรกิจ ความต่อเนื่องในการดำเนินงาน และความคาดหวังของผู้มีส่วนได้เสีย

มิติด้านสิ่งแวดล้อม (Environment)

บริษัทให้ความสำคัญกับความเสี่ยงจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศทั้งในด้านการปรับตัวต่อผลกระทบ (Climate Adaptation) และการบรรเทาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Climate Mitigation) โดยประเมินความเสี่ยงและโอกาสที่เกี่ยวข้องกับสภาพภูมิอากาศในระยะสั้น ระยะกลาง และระยะยาว เพื่อเสริมสร้างความพร้อมในการรับมือกับความผันผวนของสภาพภูมิอากาศ ควบคู่กับการแสวงหาโอกาสจากการเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ

มิติด้านสังคม (Social)

บริษัทพิจารณาความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับสิทธิมนุษยชน แรงงาน ความปลอดภัยในการทำงาน ผลกระทบต่อชุมชน และความรับผิดชอบตลอดห่วงโซ่อุปทาน เพื่อให้มั่นใจว่าการดำเนินธุรกิจไม่ก่อให้เกิดผลกระทบเชิงลบต่อผู้มีส่วนได้เสีย

มิติด้านธรรมาภิบาล (Governance)

บริษัทให้ความสำคัญกับความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับการกำกับดูแลกิจการ การปฏิบัติตามกฎหมายและกฎระเบียบ จรรยาบรรณทางธุรกิจ ความโปร่งใส และการต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชัน รวมถึงความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์และการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุน คู่ค้า และหน่วยงานกำกับดูแล

นอกจากนี้ บริษัทยังติดตามความเสี่ยงใหม่ที่เกี่ยวข้องด้านความยั่งยืน เช่น การเปลี่ยนแปลงของกฎระเบียบด้านสิ่งแวดล้อม มาตรฐานแรงงาน เทคโนโลยีดิจิทัล และความคาดหวังของผู้มีส่วนได้เสีย ซึ่งอาจส่งผลต่อรูปแบบการดำเนินธุรกิจในอนาคต จากกระบวนการดังกล่าว ในปี 2568 บริษัทสามารถระบุและจัดลำดับประเด็นความเสี่ยงด้านความยั่งยืนที่สำคัญต่อธุรกิจ เพื่อนำไปกำหนดมาตรการบริหารจัดการอย่างเหมาะสม ซึ่งสรุปไว้ ดังนี้

ประเด็นความเสี่ยงด้านความยั่งยืน

การขยายธุรกิจและจำนวนโครงการที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว อาจทำให้การจัดหาบุคลากรที่มีทักษะเฉพาะทางไม่เพียงพอหรือไม่ทันต่อความต้องการ ส่งผลให้เกิดช่องว่างด้านความรู้ ความสามารถ และประสบการณ์ในการดำเนินงาน ซึ่งอาจกระทบต่อคุณภาพงาน ความปลอดภัย ประสิทธิภาพการบริหารโครงการ และความสามารถในการส่งมอบงานตามแผน นอกจากนี้ การแข่งขันในตลาดแรงงานอาจเพิ่มความเสี่ยงต่อการสูญเสียบุคลากรที่มีศักยภาพสูง และหากไม่มีการเตรียมผู้สืบทอดตำแหน่งที่เหมาะสม อาจกระทบต่อความต่อเนื่องในการบริหารและการตัดสินใจเชิงกลยุทธ์ขององค์กรในระยะยาว


มาตรการบริหารความเสี่ยง
  • วางแผนกำลังคนเชิงรุกให้สอดคล้องกับการขยายโครงการ
  • พัฒนาทักษะทั้งด้านเทคนิค การบริหาร และภาวะผู้นำอย่างต่อเนื่อง
  • ส่งเสริมความผูกพันของพนักงานและการรักษาบุคลากรศักยภาพสูง
  • จัดทำแผนสืบทอดตำแหน่ง (Succession Plan) สำหรับตำแหน่งสำคัญ
ประเด็นความเสี่ยงด้านความยั่งยืน

การดำเนินธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับแรงงาน พื้นที่โครงการ และห่วงโซ่อุปทาน อาจมีความเสี่ยงต่อการละเมิดสิทธิมนุษยชนทั้งทางตรงและทางอ้อม เช่น การเลือกปฏิบัติในการจ้างงาน การละเมิดสิทธิแรงงาน สภาพการทำงานที่ไม่เหมาะสม หรือการปฏิบัติต่อผู้มีส่วนได้เสียโดยไม่เป็นธรรม นอกจากนี้ การดำเนินโครงการในพื้นที่ชุมชนอาจก่อให้เกิดความขัดแย้ง หากขาดการมีส่วนร่วมอย่างเหมาะสมหรือไม่คำนึงถึงสิทธิของชุมชนท้องถิ่น ความเสี่ยงดังกล่าวอาจส่งผลกระทบต่อชื่อเสียงองค์กร ความเชื่อมั่นของผู้มีส่วนได้เสีย ความต่อเนื่องของโครงการ และอาจนำไปสู่ข้อพิพาททางกฎหมายหรือข้อร้องเรียนด้านสิทธิมนุษยชน


มาตรการบริหารความเสี่ยง
  • ดำเนินงานตามนโยบายสิทธิมนุษยชน ครอบคลุมพนักงาน คู่ค้า และชุมชน
  • ส่งเสริมความหลากหลาย ความเท่าเทียม และการไม่เลือกปฏิบัติ (DEI)
  • จัดให้มีกลไกรับข้อร้องเรียนและการคุ้มครองผู้ร้องเรียน
  • สร้างการมีส่วนร่วมกับชุมชนและส่งเสริมการจ้างงานท้องถิ่น
ประเด็นความเสี่ยงด้านความยั่งยืน

การดำเนินโครงการก่อสร้างและงานติดตั้งระบบพลังงานเกี่ยวข้องกับผู้รับเหมาช่วงจำนวนมาก ซึ่งอาจมีความเสี่ยงด้านการใช้แรงงานไม่ถูกต้องตามกฎหมาย การไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานแรงงาน หรือสภาพการทำงานที่ไม่ปลอดภัย นอกจากนี้ลักษณะงานที่เกี่ยวข้องกับงานก่อสร้าง งานบนที่สูง และงานไฟฟ้าแรงสูง ยังเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุร้ายแรง หากการกำกับดูแลด้านอาชีวอนามัยและความปลอดภัยไม่เข้มงวดเพียงพอ ความเสี่ยงเหล่านี้อาจนำไปสู่การสูญเสียชีวิตและทรัพย์สิน การหยุดชะงักของโครงการ ความรับผิดทางกฎหมาย และผลกระทบต่อชื่อเสียงองค์กร


มาตรการบริหารความเสี่ยง
  • ตรวจสอบสถานะการจ้างงานและการปฏิบัติตามกฎหมายแรงงานของผู้รับเหมา
  • แต่งตั้งเจ้าหน้าที่ความปลอดภัยประจำพื้นที่เจ้าหน้าที่ความปลอดภัยระดับวิชาชีพ
  • ควบคุมมาตรฐานอาชีวอนามัยและความปลอดภัยในการปฏิบัติงานอย่างเคร่งครัด
ประเด็นความเสี่ยงด้านความยั่งยืน

การจัดหาวัตถุดิบ อุปกรณ์ และชิ้นส่วนจากผู้ผลิตภายนอกอาจมีความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับการละเมิดสิทธิมนุษยชน เช่น การใช้แรงงานผิดกฎหมาย แรงงานบังคับ หรือสภาพการทำงานที่ไม่เป็นธรรมในกระบวนการผลิตของคู่ค้า ซึ่งอาจเกิดขึ้นในลำดับชั้นต้น ๆ ของห่วงโซ่อุปทาน ความเสี่ยงดังกล่าวอาจส่งผลกระทบต่อความน่าเชื่อถือของบริษัทในด้านความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม รวมถึงความสัมพันธ์กับลูกค้า นักลงทุน และพันธมิตรทางธุรกิจ


มาตรการบริหารความเสี่ยง
  • ประเมินคู่ค้าเพื่อคัดเลือกคู่ค้าก่อนขึ้นทะเบียน โดยพิจารณาครอบคลุมมาตรฐานสิทธิมนุษยชนและแรงงาน
  • ตรวจสอบกระบวนการผลิตและสภาพการจ้างงาน
  • ประเมินผลการดำเนินงานคู่ค้าอย่างต่อเนื่อง
ประเด็นความเสี่ยงด้านความยั่งยืน

การพัฒนาโครงการพลังงานและโครงสร้างพื้นฐานอาจก่อให้เกิดความกังวลหรือการคัดค้านจากชุมชนในพื้นที่ หากประชาชนมองว่าโครงการส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม สุขภาพ วิถีชีวิต หรือทรัพยากรท้องถิ่น ความไม่เข้าใจหรือการสื่อสารที่ไม่เพียงพออาจนำไปสู่ข้อร้องเรียน การประท้วง หรือแรงกดดันทางสังคม ซึ่งอาจทำให้โครงการล่าช้า ถูกระงับ หรือยกเลิก และกระทบต่อภาพลักษณ์และความเชื่อมั่นขององค์กร


มาตรการบริหารความเสี่ยง
  • ดำเนินการสื่อสารและรับฟังความคิดเห็นชุมชนตั้งแต่ระยะเริ่มต้น
  • จัดทำกิจกรรมเพื่อสังคมและสนับสนุนการจ้างงานในพื้นที่
  • สร้างความสัมพันธ์ระยะยาวกับผู้มีส่วนได้เสียในพื้นที่โครงการ
ประเด็นความเสี่ยงด้านความยั่งยืน

การพัฒนาโรงไฟฟ้าและโครงสร้างพื้นฐานอาจเกี่ยวข้องกับการใช้พื้นที่ที่เคยเป็นพื้นที่เกษตรกรรมหรือพื้นที่ธรรมชาติ ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อถิ่นอาศัยของสัตว์ ความหลากหลายทางชีวภาพ และวิถีชีวิตของชุมชนท้องถิ่น หากการคัดเลือกพื้นที่และการประเมินผลกระทบไม่รอบด้าน อาจนำไปสู่ข้อขัดแย้งกับชุมชน ข้อร้องเรียนด้านสิ่งแวดล้อม หรือข้อจำกัดทางกฎหมายที่กระทบต่อการดำเนินโครงการ


มาตรการบริหารความเสี่ยง
  • คัดเลือกพื้นที่โครงการอย่างรอบคอบและถูกต้องตามกฎหมาย
  • ประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม (CoP / IEE / EHIA) และกำหนดมาตรการป้องกันอย่างเคร่งครัด
  • ดำเนินการมีส่วนร่วมกับชุมชนก่อนพัฒนาโครงการ
ประเด็นความเสี่ยงด้านความยั่งยืน

การได้มาซึ่งสิทธิในการใช้ที่ดินเพื่อพัฒนาโครงการอาจมีความเสี่ยงด้านข้อพิพาทเรื่องกรรมสิทธิ์ที่ดิน หรือการไม่ได้รับการยินยอมจากผู้มีส่วนได้เสียในพื้นที่อย่างเพียงพอ หากกระบวนการสื่อสารและการมีส่วนร่วมไม่ครอบคลุม อาจนำไปสู่ข้อร้องเรียน การคัดค้าน หรือการดำเนินคดี ซึ่งส่งผลกระทบต่อความต่อเนื่องของโครงการและความสัมพันธ์ระยะยาวกับชุมชน


มาตรการบริหารความเสี่ยง
  • ทำสัญญากับเจ้าของที่ดินโดยชอบด้วยกฎหมาย
  • สื่อสารข้อมูลโครงการอย่างโปร่งใสและรับฟังความคิดเห็นชุมชน
ประเด็นความเสี่ยงด้านความยั่งยืน

การดำเนินงานที่เกี่ยวข้องกับอุปกรณ์ไฟฟ้าแรงสูง เครื่องจักร และกระบวนการผลิตในโรงงาน มีความเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุจากไฟฟ้าช็อต การระเบิด หรืออุบัติเหตุจากเครื่องจักร หากการควบคุมความปลอดภัยไม่รัดกุมเพียงพอ อาจก่อให้เกิดการบาดเจ็บร้ายแรงหรือเสียชีวิต ความเสียหายต่อทรัพย์สิน การหยุดชะงักของการผลิต และผลกระทบทางกฎหมาย ชื่อเสียง และคุณภาพชีวิตของผู้มีส่วนได้เสียขององค์กร


มาตรการบริหารความเสี่ยง
  • จัดตั้งคณะกรรมการความปลอดภัย (คปอ.)
  • แต่งตั้งเจ้าหน้าที่ความปลอดภัยระดับวิชาชีพ
  • จัดหา PPE มาตรฐานและอบรมความปลอดภัยอย่างสม่ำเสมอ
  • ตรวจสอบและบำรุงรักษาอุปกรณ์และพื้นที่ทำงานอย่างต่อเนื่อง
ประเด็นความเสี่ยงด้านความยั่งยืน

การพึ่งพาระบบดิจิทัลในการควบคุมการผลิตไฟฟ้าและการบริหารจัดการข้อมูล เพิ่มความเสี่ยงจากการโจมตีทางไซเบอร์ การหยุดชะงักของระบบ และการรั่วไหลของข้อมูลสำคัญ ซึ่งอาจกระทบต่อความต่อเนื่องทางธุรกิจ ความเชื่อมั่นของผู้มีส่วนได้เสีย และความรับผิดทางกฎหมาย


มาตรการบริหารความเสี่ยง
  • ติดตั้งและดูแลระบบป้องกันภัยไซเบอร์ (Firewall, IDS/IPS, Encryption)
  • อัปเดตแพตช์ความปลอดภัยของระบบอย่างสม่ำเสมอ
  • ใช้ระบบยืนยันตัวตนหลายชั้น (2FA) สำหรับระบบสำคัญ
  • จัดทำและทดสอบแผนกู้คืนระบบ (IT DRP) ประจำปี
  • ตรวจสอบช่องโหว่และทดสอบเจาะระบบโดยหน่วยงานอิสระ
  • ปฏิบัติตามกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (PDPA) อย่างเคร่งครัด
  • อบรมพนักงานด้านความปลอดภัยไซเบอร์และการคุ้มครองข้อมูลอย่างต่อเนื่อง
ประเด็นความเสี่ยงด้านความยั่งยืน

การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่ทวีความรุนแรงขึ้นก่อให้เกิดความผันผวนของสภาพอากาศและเหตุการณ์สภาพอากาศสุดขั้วบ่อยครั้งขึ้น เช่น อุทกภัย พายุรุนแรง อุณหภูมิสูงขึ้น หรือความแปรปรวนของปริมาณน้ำฝน ซึ่งอาจส่งผลกระทบโดยตรงต่อการดำเนินงานของโครงการโรงไฟฟ้า โรงงาน และอาคารสำนักงาน ความเสี่ยงดังกล่าวรวมถึงความเสียหายต่อโครงสร้างพื้นฐาน การหยุดชะงักของกระบวนการผลิตไฟฟ้า และต้นทุนการซ่อมบำรุงที่เพิ่มขึ้น สำหรับธุรกิจพลังงานหมุนเวียน ความผันผวนของสภาพอากาศยังส่งผลต่อประสิทธิภาพการผลิต เช่น การเปลี่ยนแปลงของปริมาณเมฆหรือฝนที่กระทบต่อความเข้มของแสงแดด และลมพายุที่อาจสร้างความเสียหายต่อกังหันลมหรือระบบไฟฟ้า นอกจากนี้ ความเสี่ยงด้านสภาพภูมิอากาศยังอาจกระทบต่อห่วงโซ่อุปทาน การเข้าถึงพื้นที่โครงการ และความต่อเนื่องของการก่อสร้างหรือการดำเนินงานในระยะยาว


มาตรการบริหารความเสี่ยง
  • ออกแบบโครงสร้างโซลาร์ฟาร์มยกสูงอ้างอิงสถิติน้ำท่วม 100 ปี
  • ปรับกลยุทธ์การดำเนินงานให้สอดคล้องกับแนวโน้มสภาพภูมิอากาศในอนาคต
  • วิเคราะห์ข้อมูลความเร็วลมระยะยาวก่อนลงทุนโครงการพลังงานลม
  • ทำประกันภัยครอบคลุมความเสี่ยงภัยพิบัติสำหรับโครงการในพื้นที่เสี่ยง เช่น ประเทศญี่ปุ่น
  • รวบรวมและวิเคราะห์ข้อมูลการปล่อยก๊าซเรือนกระจกขององค์กรอย่างเป็นระบบ เพื่อจัดทำรายงานการปล่อยก๊าซเรือนกระจกและกำหนดมาตรการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก
  • จัดทำคันดินและระบบระบายน้ำรอบพื้นที่โครงการ

ทั้งนี้ ในส่วนของรายละเอียดประเด็นความเสี่ยงที่สำคัญของบริษัท ทั้งความเสี่ยงที่มีอยู่ในปัจจุบันและความเสี่ยงที่เกิดขึ้นใหม่ รวมถึงแนวทางในการบรรเทาและควบคุมความเสี่ยง ได้เปิดเผยไว้ในแบบแสดงรายการข้อมูลประจำปี (แบบ 56-1 One Report) ในหัวข้อ “การบริหารจัดการความเสี่ยง และปัจจัยความเสี่ยงต่อการดำเนินธุรกิจของบริษัท”

การบริหารจัดการความต่อเนื่องทางธุรกิจ

บริษัทได้จัดทำแผนบริหารจัดการภาวะวิกฤต (Crisis Management Plan) และแผนบริหารความต่อเนื่องทางธุรกิจ (Business Continuity Plan: BCP) เพื่อเตรียมความพร้อมรองรับความผันผวนและความไม่แน่นอนจากเหตุการณ์ต่าง ๆ เช่น ภัยพิบัติทางธรรมชาติ แผ่นดินไหว อุบัติภัยร้ายแรง การชุมนุมประท้วง การก่อการร้าย โรคระบาด การโจรกรรมทรัพย์สิน และภัยคุกคามทางไซเบอร์ ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อการดำเนินธุรกิจ

แผนดังกล่าวได้รับการพัฒนาบนพื้นฐานของการวิเคราะห์ผลกระทบทางธุรกิจ (Business Impact Analysis: BIA) และการจัดลำดับความสำคัญของกระบวนการดำเนินงานที่สำคัญ เพื่อให้มั่นใจว่าบริษัทสามารถรักษาความต่อเนื่องในการดำเนินธุรกิจ ลดผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น ปกป้องผลประโยชน์ของผู้มีส่วนได้เสีย และคงไว้ซึ่งความน่าเชื่อถือขององค์กร โดยมีกระบวนการบริหารจัดการภาวะวิกฤตและภาวะฉุกเฉิน ดังนี้

บริหารจัดการความเสี่ยง
ประเมิน และกำหนดแนวทางการควบคุมเพื่อป้องกันและลดโอกาสการเกิดภาวะวิกฤต
ตอบสนองต่อเหตุการณ์
จัดการภาวะวิกฤตอย่างมีประสิทธิภาพเพื่อระงับความเสียหาย พร้อมทั้งสื่อสารข้อมูลที่ถูกต้องและฉับไวไปยังผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง
ฟื้นฟูผลจากความเสียหาย
ฟื้นฟูกิจกรรมในการดำเนินธุรกิจในระยะเวลารวดเร็ว และผู้มีส่วนได้เสียยอมรับได้

บริษัทกำหนดให้มีการทดสอบแผนบริหารความต่อเนื่องทางธุรกิจผ่านสถานการณ์จำลองเป็นประจำทุกปี เพื่อทบทวนประสิทธิภาพของแผนและประเมินความพร้อมของบุคลากร โดยในปี 2568 บริษัทได้ดำเนินการซ้อมแผนกรณีเหตุเพลิงไหม้และสารเคมีรั่วไหล รวมถึงการทดสอบแผนกู้คืนระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ (IT Disaster Recovery Plan) จากภัยคุกคามทางไซเบอร์ เพื่อให้ผู้บริหารและพนักงานเข้าใจบทบาทและหน้าที่ของตนอย่างชัดเจนเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉิน ทั้งนี้ ข้อสังเกตและช่องว่างที่พบจากการซ้อมถูกนำมาประเมินและปรับปรุงมาตรการอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้สอดคล้องกับความเสี่ยงที่เปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ

วัฒนธรรมการบริหารจัดการความเสี่ยง

บริษัทส่งเสริมและปลูกฝังให้การบริหารความเสี่ยงเป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรมองค์กร โดยสนับสนุนให้พนักงานทุกระดับมีความตระหนักรู้และมีส่วนร่วมในการระบุ วิเคราะห์ ประเมิน และจัดลำดับความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับหน้าที่ความรับผิดชอบของตนอย่างต่อเนื่อง เพื่อร่วมกันป้องกันและบรรเทาผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นต่อการดำเนินธุรกิจ อันนำไปสู่การเสริมสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันและการเติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาว

บริษัทกำหนดกระบวนการบริหารความเสี่ยงที่ครอบคลุมตั้งแต่การระบุและประเมินความเสี่ยง การกำหนดระดับความเสี่ยงที่ยอมรับได้ (Risk Appetite) การกำหนดมาตรการตอบสนอง ตลอดจนการติดตามและทบทวนความเสี่ยงอย่างสม่ำเสมอ โดยมีการรายงานประเด็นความเสี่ยงและมาตรการบริหารความเสี่ยงต่อคณะกรรมการบริหารความเสี่ยงและคณะกรรมการบริษัทเป็นประจำทุกไตรมาส พร้อมกำหนดให้ฝ่ายตรวจสอบภายในซึ่งมีความเป็นอิสระและรายงานตรงต่อคณะกรรมการตรวจสอบ ทำหน้าที่ประเมินความเพียงพอและประสิทธิผลของกระบวนการบริหารความเสี่ยง เพื่อให้มั่นใจว่าระบบเป็นไปตามมาตรฐานที่เกี่ยวข้อง

ในด้านการพัฒนาศักยภาพบุคลากร บริษัทจัดให้มีการอบรมและสัมมนาเชิงปฏิบัติการด้านการบริหารความเสี่ยงแก่กรรมการ ผู้บริหาร และพนักงานอย่างต่อเนื่อง เพื่อเสริมสร้างความเข้าใจในประเด็นความเสี่ยงที่มีนัยสำคัญต่อองค์กร ทั้งในมิติการดำเนินธุรกิจและมิติด้านความยั่งยืน (ESG) โดยคณะกรรมการบริษัทได้รับรายงานผลการบริหารความเสี่ยง การบริหารความต่อเนื่องทางธุรกิจ และการจัดการภาวะวิกฤตเป็นประจำ พร้อมทั้งพัฒนาองค์ความรู้ด้านการบริหารความเสี่ยงเพื่อสนับสนุนบทบาทกำกับดูแลเชิงกลยุทธ์ สำหรับผู้บริหารและพนักงาน บริษัทได้บูรณาการประเด็นความเสี่ยงด้านความยั่งยืน (ESG-related risks) เข้ากับการดำเนินงาน ผ่านการประชุมเชิงปฏิบัติการเพื่อวิเคราะห์ความเสี่ยงและโอกาสสำคัญจากทั้งปัจจัยภายในและภายนอก พร้อมนำผลการประเมินไปใช้ประกอบการพัฒนาธุรกิจและการตัดสินใจเชิงกลยุทธ์ เพื่อเตรียมความพร้อมรับมือกับความท้าทายและความผันผวนทั้งในระยะสั้นและระยะยาว รวมถึงเชื่อมโยงตัวชี้วัดด้านความเสี่ยงเข้ากับการประเมินผลการปฏิบัติงานของผู้บริหารและพนักงานในบางระดับ เพื่อสร้างแรงจูงใจให้เกิดการบริหารความเสี่ยงอย่างมีประสิทธิผลทั่วทั้งองค์กร

นอกจากนี้ บริษัทยังจัดอบรมเฉพาะด้าน เช่น ความเสี่ยงด้านการทุจริตคอร์รัปชัน ควบคู่กับการสื่อสารและเสริมสร้างวัฒนธรรมความเสี่ยงผ่านหลากหลายช่องทาง ได้แก่ การประชุม การอบรม การปฐมนิเทศพนักงานใหม่ ระบบ e-Learning การสื่อสารภายในองค์กร ตลอดจนการเปิดเผยข้อมูลผ่านแบบแสดงรายการข้อมูลประจำปี (แบบ 56-1 One Report) และรายงานความยั่งยืน เพื่อให้พนักงานทุกระดับสามารถเข้าถึงข้อมูลและมีส่วนร่วมในกระบวนการบริหารความเสี่ยงได้อย่างทั่วถึง

ผู้มีส่วนได้เสียที่เกี่ยวข้อง

พนักงาน
คู่ค้าธุรกิจ
ลูกค้า
พันธมิตรทางธุรกิจ
ผู้ถือหุ้นและนักลงทุน