เป้าหมายและผลการดำเนินงาน

เป้าหมายปี 2568
ปริมาณการดึงน้ำจากภายนอกลดลงจากปีฐาน 2567 ลดลง 5.00%
ผลการดำเนินงานปี 2568
ลดลง 9.45%

ความท้าทายและโอกาสทางธุรกิจ

การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศส่งผลให้ความผันผวนของทรัพยากรน้ำมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น ทั้งในรูปแบบของภาวะฝนทิ้งช่วง ภัยแล้ง และเหตุการณ์ฝนตกหนักหรือน้ำท่วมฉับพลัน

ซึ่งอาจส่งผลต่อการดำเนินงานของโครงการพลังงานและโครงสร้างพื้นฐานไฟฟ้าในหลายมิติ เช่น การบริหารจัดการน้ำในพื้นที่โครงการ การระบายน้ำและการจัดการน้ำฝนในพื้นที่ติดตั้งโครงสร้างพื้นฐาน รวมถึงความเสี่ยงต่อความเสียหายของอุปกรณ์หรือโครงสร้างจากเหตุการณ์สภาพอากาศรุนแรง นอกจากนี้ การดำเนินโครงการในบางพื้นที่อาจต้องคำนึงถึงการใช้ทรัพยากรร่วมกับชุมชนและภาคส่วนอื่น ๆ หากไม่มีการบริหารจัดการอย่างเหมาะสม อาจนำไปสู่ข้อกังวลของผู้มีส่วนได้เสีย และส่งผลต่อการยอมรับโครงการในพื้นที่ ในขณะเดียวกัน การบูรณาการการบริหารจัดการน้ำเข้ากับการบริหารความเสี่ยงด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศถือเป็นโอกาสสำคัญในการยกระดับมาตรฐานการพัฒนาและบริหารจัดการโครงการของบริษัท โดยการออกแบบและดำเนินงานโครงการให้สอดคล้องกับบริบทด้านทรัพยากรน้ำของแต่ละพื้นที่ เช่น การวางระบบระบายน้ำและกักเก็บน้ำฝนอย่างเหมาะสม การใช้ทรัพยากรน้ำอย่างมีประสิทธิภาพ และการติดตามประเมินความเสี่ยงด้านน้ำอย่างต่อเนื่อง แนวทางดังกล่าวช่วยเพิ่มความพร้อมในการรับมือกับความผันผวนของสภาพภูมิอากาศ ลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและชุมชนโดยรอบ ตลอดจนเสริมสร้างความเชื่อมั่นจากผู้มีส่วนได้เสีย

แนวทางการบริหารจัดการและการสร้างคุณค่า

แนวทางการบริหารจัดการน้ำ

บริษัทให้ความสำคัญกับการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำอย่างมีประสิทธิภาพและรับผิดชอบ โดยกำหนดให้การใช้น้ำอย่างยั่งยืน (Water Efficiency) เป็นส่วนหนึ่งของการดำเนินธุรกิจตามนโยบายด้านสิ่งแวดล้อมและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

ซึ่งมุ่งเน้นการใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ ลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และไม่ส่งผลกระทบต่อการเข้าถึงแหล่งน้ำของชุมชนโดยรอบ พร้อมทั้งสนับสนุนการอนุรักษ์และการปกป้องทรัพยากรน้ำในพื้นที่ดำเนินงาน บริษัทมุ่งบริหารจัดการการใช้น้ำอย่างมีประสิทธิภาพเพื่อลดการใช้น้ำและลดผลกระทบต่อทรัพยากรน้ำให้เหลือน้อยที่สุด ควบคู่กับการเตรียมความพร้อมต่อความผันผวนของทรัพยากรน้ำที่อาจเกิดจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ โดยบูรณาการการบริหารจัดการน้ำเข้ากับกระบวนการบริหารความเสี่ยงด้านสิ่งแวดล้อมและการดำเนินงานขององค์กร เพื่อสนับสนุนการพัฒนาที่ยั่งยืนและสอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนของสหประชาชาติ (SDG 6: Clean Water and Sanitation) และเพื่อให้การดำเนินงานเป็นไปอย่างเป็นระบบ บริษัทจึงกำหนดแนวทางการบริหารจัดการน้ำผ่านกระบวนการหลัก 4 ขั้นตอน ได้แก่ การประเมินความเสี่ยงและผลกระทบด้านน้ำ การกำหนดมาตรการบริหารจัดการน้ำ การสร้างการมีส่วนร่วมเพื่อลดการใช้น้ำ และการติดตามและรายงานผลการดำเนินงาน

แนวทางการบริหารจัดการน้ำ
การประเมินความเสี่ยงและผลกระทบด้านน้ำ

บริษัทให้ความสำคัญกับการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำในเชิงกลยุทธ์ เพื่อสนับสนุนการดำเนินธุรกิจให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน โดยตระหนักถึงความท้าทายจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่อาจส่งผลต่อความมั่นคงด้านน้ำ (Water Security) ทั้งในด้านปริมาณและความพร้อมใช้ของทรัพยากรน้ำ บริษัทจึงดำเนินการประเมินความเสี่ยงและผลกระทบด้านน้ำอย่างเป็นระบบ เพื่อระบุพื้นที่ที่อาจมีความเสี่ยงต่อการขาดแคลนน้ำ และนำผลการประเมินมาใช้ประกอบการกำหนดมาตรการบริหารจัดการและบรรเทาผลกระทบที่เหมาะสม

ในปี 2568 บริษัทประเมินความเสี่ยงด้านน้ำโดยใช้เครื่องมือมาตรฐานสากล AQUEDUCT Water Risk Atlas จากสถาบันทรัพยากรโลก (World Resources Institute: WRI) เพื่อวิเคราะห์ระดับความเสี่ยงด้านน้ำในพื้นที่ดำเนินงานของบริษัท โดยพิจารณาปัจจัยสำคัญ เช่น ระดับความเครียดด้านน้ำ (Baseline Water Stress) ความเสี่ยงจากภัยแล้ง และความผันผวนของทรัพยากรน้ำในระยะยาว การประเมินดังกล่าวครอบคลุมพื้นที่ปฏิบัติงานหลักของบริษัททั้งในประเทศและต่างประเทศ ได้แก่ โครงการโรงไฟฟ้าพลังงานลม (Wind Farm) โครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ (Solar Farm) สำนักงานใหญ่ และโรงงานผลิตอุปกรณ์ไฟฟ้าแรงสูง เพื่อระบุพื้นที่ที่มีความเสี่ยงด้านน้ำและจัดลำดับความสำคัญของพื้นที่ที่ต้องมีมาตรการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำอย่างเหมาะสม

ระดับความเสี่ยงขาดแคลนน้ำ พื้นที่ดำเนินงานทั้งหมด พื้นที่ดำเนินงานกลุ่มโรงไฟฟ้า พื้นที่ดำเนินงานกลุ่มสำนักงาน
ใหญ่และโรงงานผลิต
จำนวน(แห่ง) %(1) จำนวน(แห่ง) %(1) จำนวน(แห่ง) % (1)

สูงมาก(>80%)

21 44.68% 20 42.55% 1 2.13%

สูง (40-80%)

11 23.40% 8 17.02% 3 6.38%

ปานกลาง–สูง (20-40%)

12 25.53% 12 25.53% 0 0.00%

ต่ำ–ปานกลาง (10-20%)

2 4.26% 2 4.26% 0 0.00%

ต่ำ (<10%)

1 2.13% 1 2.13% 0 0.00%

พื้นที่ที่ประสบปัญหาขาดแคลนน้ำ

32 68.09% 28 59.57% 4 8.51%

พื้นที่ดำเนินงานทั้งหมด

47 100%

หมายเหตุ: (1) % หมายถึง สัดส่วนของพื้นที่ที่ประสบปัญหาภัยน้ำต่อจำนวนพื้นที่ดำเนินการตามขอบเขตทั้งหมด

สัดส่วนของพื้นที่ดำเนินการที่อยู่ในพื้นที่ที่มีความเครียดด้านน้ำ (Water-stressed Areas)
พื้นที่ดำเนินการตั้งอยู่ในพื้นที่ที่มีความเสี่ยงในการประสบปัญหาขาดแคลนน้ำ (พื้นที่ที่มีความเครียดด้านน้ำ ระดับสูงและสูงมาก 68.09%
สัดส่วนปริมาณการดึงน้ำในพื้นที่ดำเนินการที่มีความเสี่ยงในการประสบปัญหาขาดแคลนน้ำ(พื้นที่ที่มีความเครียดด้านน้ำ ระดับสูงและสูงมาก) 52.12%
สูงมาก(>80%)
สูง (40-80%)
ปานกลาง–สูง (20-40%)
ต่ำ–ปานกลาง (10-20%)
ต่ำ (<10%)

ผลการประเมินดังกล่าวถูกนำมาใช้ประกอบการกำหนดแนวทางการบริหารจัดการน้ำของบริษัท รวมถึงการกำหนดมาตรการลดความเสี่ยงด้านน้ำในพื้นที่ที่มีความเครียดด้านน้ำ (Water-stressed Areas) จากการประเมินพบว่า พื้นที่ดำเนินงานของบริษัทร้อยละ 68.09 (32 แห่ง จากทั้งหมด 47 แห่ง) ตั้งอยู่ในพื้นที่ที่มีความเครียดด้านน้ำในระดับ สูงถึงสูงมาก (Water-stressed Areas) ขณะที่ สัดส่วนปริมาณการดึงน้ำของบริษัทในพื้นที่ดังกล่าวคิดเป็นร้อยละ 52.12 ของการใช้น้ำทั้งหมด สะท้อนให้เห็นถึงความสำคัญของการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำอย่างมีประสิทธิภาพในพื้นที่ที่มีความเสี่ยงสูง

บริษัทตระหนักว่าความผันผวนของทรัพยากรน้ำจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศอาจส่งผลต่อความต่อเนื่องของการดำเนินงานและการเข้าถึงทรัพยากรน้ำในระยะยาว จึงนำผลการประเมินความเสี่ยงด้านน้ำมาใช้ในการจัดลำดับความสำคัญของพื้นที่ดำเนินงาน และกำหนดมาตรการบริหารจัดการน้ำในพื้นที่ที่มีความเสี่ยงสูงเป็นลำดับแรก โดยมุ่งเน้น การเพิ่มประสิทธิภาพการใช้น้ำ การพัฒนาแหล่งน้ำสำรอง และการลดการพึ่งพาทรัพยากรน้ำจากแหล่งธรรมชาติ เพื่อสนับสนุนการดำเนินธุรกิจอย่างต่อเนื่องควบคู่กับการรักษาสมดุลของทรัพยากรน้ำในพื้นที่ปฏิบัติงานอย่างยั่งยืน

การกำหนดมาตรการในการบริหารจัดการน้ำ

จากผลการประเมินความเสี่ยงด้านน้ำที่พบว่าพื้นที่ดำเนินงานบางส่วนของบริษัทตั้งอยู่ในพื้นที่ที่มีภาวะความเครียดด้านน้ำ (Water-stressed Areas) บริษัทจึงให้ความสำคัญกับการกำหนดมาตรการบริหารจัดการน้ำอย่างเป็นระบบ เพื่อป้องกันและลดผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นจากความเสี่ยงด้านการขาดแคลนน้ำ รวมถึงการเปลี่ยนแปลงของคุณภาพทรัพยากรน้ำในพื้นที่ดำเนินงาน บริษัทนำผลการประเมินความเสี่ยงด้านน้ำมาใช้ในการกำหนดแนวทางการบริหารจัดการน้ำให้สอดคล้องกับลักษณะกิจกรรมของแต่ละพื้นที่ดำเนินงาน โดยให้ความสำคัญกับพื้นที่ที่มีความเสี่ยงสูงเป็นลำดับแรก พร้อมบูรณาการมาตรการดังกล่าวเข้ากับระบบการจัดการสิ่งแวดล้อมขององค์กร เพื่อควบคุมการใช้น้ำอย่างมีประสิทธิภาพ ลดการดึงน้ำจากแหล่งธรรมชาติ และป้องกันผลกระทบต่อระบบนิเวศและชุมชนโดยรอบ เพื่อให้การบริหารจัดการน้ำสามารถตอบสนองต่อความเสี่ยงจากภาวะความเครียดด้านน้ำได้อย่างเหมาะสม บริษัทจึงกำหนดมาตรการบริหารจัดการน้ำที่สอดคล้องกับประเด็นความเสี่ยงที่ระบุจากการประเมิน ดังนี้

ประเด็นความเสี่ยงที่เกิดจากความเครียดของน้ำ มาตรการในการบริหารจัดการน้ำ
การเสื่อมโทรมของคุณภาพน้ำ คุณภาพน้ำไม่ผ่านมาตรฐาน
  • ปรับปรุงและควบคุมระบบบำบัดน้ำเสียให้มีประสิทธิภาพ เพื่อให้คุณภาพน้ำที่ผ่านการบำบัดเป็นไปตามมาตรฐานที่กฎหมายกำหนด
  • ตรวจสอบคุณภาพน้ำทิ้ง (Effluent Quality Monitoring) ก่อนการระบายออกสู่แหล่งน้ำสาธารณะอย่างสม่ำเสมอ
  • จัดให้มีระบบเฝ้าระวังและติดตามผลคุณภาพน้ำอย่างต่อเนื่อง พร้อมมาตรการแก้ไขทันทีหากพบค่าที่เบี่ยงเบนจากมาตรฐาน
การขาดแคลนน้ำจากความต้องการน้ำที่เพิ่มขึ้น
  • นำเทคโนโลยีประหยัดน้ำมาใช้ในสำนักงาน โรงงาน และพื้นที่ดำเนินงาน เพื่อลดการสูญเสียทรัพยากรน้ำ
  • ตรวจสอบและบำรุงรักษาระบบส่งน้ำและอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องอย่างสม่ำเสมอ เพื่อลดการรั่วไหลของน้ำ
  • ส่งเสริมการนำน้ำกลับมาใช้ใหม่ (Water Reuse) และการหมุนเวียนน้ำ (Water Recycling) ในกิจกรรมที่ไม่เกี่ยวข้องกับกระบวนการผลิตหลัก เพื่อลดการใช้น้ำจากแหล่งธรรมชาติ

และเพื่อให้การบริหารจัดการน้ำสามารถดำเนินได้อย่างมีประสิทธิภาพและเกิดผลอย่างยั่งยืน บริษัทให้ความสำคัญกับการสร้างการมีส่วนร่วมของบุคลากรและผู้มีส่วนได้เสียในทุกระดับ ควบคู่กับการดำเนินมาตรการเชิงเทคนิค โดยมุ่งส่งเสริมพฤติกรรมการใช้น้ำอย่างรับผิดชอบ และลดการใช้น้ำในทุกกระบวนการดำเนินงานขององค์กร บริษัทดำเนินการสร้างการมีส่วนร่วมให้สอดคล้องกับลักษณะกิจกรรมของแต่ละพื้นที่ดำเนินงาน ดังนี้

  1. อาคารสำนักงาน: การสร้างวัฒนธรรมการอนุรักษ์ รณรงค์การใช้น้ำอย่างมีประสิทธิภาพตามหลัก 3Rs (Reduce, Reuse, Recycle) ผ่านกิจกรรมสื่อสารภายในองค์กร เพื่อสร้างความตระหนักรู้และปลูกฝังจิตสำนึกการใช้ทรัพยากรน้ำอย่างรับผิดชอบให้เป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรมองค์กรอย่างยั่งยืน
  2. กลุ่มโรงงาน: การส่งเสริมการมีส่วนร่วมของบุคลากร สนับสนุนพนักงานและผู้รับเหมาในพื้นที่ให้มีส่วนร่วมในการประหยัดน้ำผ่านกิจกรรมด้านสิ่งแวดล้อม พร้อมส่งเสริมแนวทางการปฏิบัติงานอย่างรับผิดชอบ เพื่อร่วมกันลดการสูญเสียทรัพยากรน้ำในทุกกระบวนการผลิตอย่างเป็นรูปธรรม
  3. กลุ่มโรงไฟฟ้า: ความร่วมมือกับผู้มีส่วนได้เสียในพื้นที่ ส่งเสริมให้พนักงาน ผู้รับเหมา และชุมชนโดยรอบ มีส่วนร่วมในการบริหารจัดการน้ำอย่างมีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะในพื้นที่ที่มีความเสี่ยงด้านน้ำ (Water Stress Area) เพื่อสร้างความมั่นคงทางทรัพยากรร่วมกับผู้มีส่วนได้เสียทุกภาคส่วนอย่างยั่งยืน
ข้อมูลการใช้น้ำขององค์กร
ปริมาณการใช้น้ำรวมภายในองค์กร
35,410.81
ลูกบาศก์เมตร
อัตราการใช้น้ำต่อหน่วยการผลิตไฟฟ้า
0.0491
ลูกบาศก์เมตรต่อเมกะวัตต์-ชั่วโมง
ปริมาณการดึงน้ำจากภายนอก
35,314.81
ลูกบาศก์เมตร
ปริมาณการใช้น้ำหมุนเวียน
96
ลูกบาศก์เมตร

ปี 2568 การใช้น้ำรวมภายในองค์กรมีปริมาณทั้งสิ้น 35,410.81 ลูกบาศก์เมตร โดยแบ่งเป็นการดึงน้ำจากใต้ดิน 25,604.00 ลูกบาศก์เมตร คิดเป็นร้อยละ 72.50 และการใช้น้ำประปา 9,710.81 ลูกบาศก์เมตร คิดเป็นร้อยละ 27.50 ของปริมาณการดึงน้ำจากภายนอกทั้งหมด ซึ่งสามารถลดการดึงน้ำจากภายนอกได้ถึง ร้อยละ 9.45 สูงกว่าเป้าหมายที่กำหนดไว้ร้อยละ 5.00 นอกจากนี้ยังมีการหมุนเวียนน้ำกลับมาใช้ซ้ำในกลุ่มโรงงานรวม 96 ลูกบาศก์เมตร หรือคิดเป็นร้อยละ 0.27 ส่วนปริมาณการใช้น้ำต่อจำนวนพนักงาน เพิ่มขึ้นร้อยละ 0.36 แต่บริษัทยังคงมุ่งมั่นยกระดับมาตรการประหยัดน้ำและสร้างความตระหนักรู้แก่บุคลากรอย่างต่อเนื่อง เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการใช้ทรัพยากรน้ำสูงสุดและลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม

ปริมาณการใช้น้ำรวม (ลูกบาศก์เมตร)
ปริมาณการใช้น้ำรวม
สำนักงานใหญ่และกลุ่มธุรกิจพลังงาน
กลุ่มธุรกิจวิศวกรรม และ Turnkey
กลุ่มธุรกิจอุปกรณ์ไฟฟ้าแรงสูง
สัดส่วนการใช้น้ำหมุนเวียน
สัดส่วนการใช้น้ำหมุนเวียน
น้ำทิ้งปล่อยสู่สาธารณะ
น้ำหมุนเวียน
ปริมาณการใช้น้ำประปาต่อจำนวนพนักงาน (ลูกบาศก์เมตรต่อคน)
ปริมาณการใช้น้ำประปาต่อจำนวนพนักงาน
ปริมาณการดึงน้ำรวม จำแนกตามแหล่งที่มา (ลูกบาศก์เมตร)
ปริมาณการดึงน้ำรวม
น้ำใต้ดิน
น้ำประปา

ผู้มีส่วนได้เสียที่เกี่ยวข้อง

พนักงาน
ลูกค้า
ผู้ถือหุ้นและนักลงทุน
หน่วยงานภาครัฐ
ชุมชนและสังคม
ส่งเสริมกิจกรรมลดการใช้น้ำในโรงไฟฟ้า
31 ธันวาคม 2568
สิ่งแวดล้อม
ส่งเสริมกิจกรรมลดการใช้น้ำในโรงไฟฟ้า
บริษัทมุ่งเน้นการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำอย่างสมดุลและยั่งยืนร่วมกับชุมชนในพื้นที่โรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์
/