การบริหารจัดการน้ำ
การสนับสนุนเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน
เป้าหมายและผลการดำเนินงาน

เป้าหมายปี 2568
ผลการดำเนินงานปี 2568
ความท้าทายและโอกาสทางธุรกิจ
การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศส่งผลให้ความผันผวนของทรัพยากรน้ำมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น ทั้งในรูปแบบของภาวะฝนทิ้งช่วง ภัยแล้ง และเหตุการณ์ฝนตกหนักหรือน้ำท่วมฉับพลัน
ซึ่งอาจส่งผลต่อการดำเนินงานของโครงการพลังงานและโครงสร้างพื้นฐานไฟฟ้าในหลายมิติ เช่น การบริหารจัดการน้ำในพื้นที่โครงการ การระบายน้ำและการจัดการน้ำฝนในพื้นที่ติดตั้งโครงสร้างพื้นฐาน รวมถึงความเสี่ยงต่อความเสียหายของอุปกรณ์หรือโครงสร้างจากเหตุการณ์สภาพอากาศรุนแรง นอกจากนี้ การดำเนินโครงการในบางพื้นที่อาจต้องคำนึงถึงการใช้ทรัพยากรร่วมกับชุมชนและภาคส่วนอื่น ๆ หากไม่มีการบริหารจัดการอย่างเหมาะสม อาจนำไปสู่ข้อกังวลของผู้มีส่วนได้เสีย และส่งผลต่อการยอมรับโครงการในพื้นที่ ในขณะเดียวกัน การบูรณาการการบริหารจัดการน้ำเข้ากับการบริหารความเสี่ยงด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศถือเป็นโอกาสสำคัญในการยกระดับมาตรฐานการพัฒนาและบริหารจัดการโครงการของบริษัท โดยการออกแบบและดำเนินงานโครงการให้สอดคล้องกับบริบทด้านทรัพยากรน้ำของแต่ละพื้นที่ เช่น การวางระบบระบายน้ำและกักเก็บน้ำฝนอย่างเหมาะสม การใช้ทรัพยากรน้ำอย่างมีประสิทธิภาพ และการติดตามประเมินความเสี่ยงด้านน้ำอย่างต่อเนื่อง แนวทางดังกล่าวช่วยเพิ่มความพร้อมในการรับมือกับความผันผวนของสภาพภูมิอากาศ ลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและชุมชนโดยรอบ ตลอดจนเสริมสร้างความเชื่อมั่นจากผู้มีส่วนได้เสีย

แนวทางการบริหารจัดการและการสร้างคุณค่า
แนวทางการบริหารจัดการน้ำ
บริษัทให้ความสำคัญกับการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำอย่างมีประสิทธิภาพและรับผิดชอบ โดยกำหนดให้การใช้น้ำอย่างยั่งยืน (Water Efficiency) เป็นส่วนหนึ่งของการดำเนินธุรกิจตามนโยบายด้านสิ่งแวดล้อมและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ
ซึ่งมุ่งเน้นการใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ ลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และไม่ส่งผลกระทบต่อการเข้าถึงแหล่งน้ำของชุมชนโดยรอบ พร้อมทั้งสนับสนุนการอนุรักษ์และการปกป้องทรัพยากรน้ำในพื้นที่ดำเนินงาน บริษัทมุ่งบริหารจัดการการใช้น้ำอย่างมีประสิทธิภาพเพื่อลดการใช้น้ำและลดผลกระทบต่อทรัพยากรน้ำให้เหลือน้อยที่สุด ควบคู่กับการเตรียมความพร้อมต่อความผันผวนของทรัพยากรน้ำที่อาจเกิดจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ โดยบูรณาการการบริหารจัดการน้ำเข้ากับกระบวนการบริหารความเสี่ยงด้านสิ่งแวดล้อมและการดำเนินงานขององค์กร เพื่อสนับสนุนการพัฒนาที่ยั่งยืนและสอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนของสหประชาชาติ (SDG 6: Clean Water and Sanitation) และเพื่อให้การดำเนินงานเป็นไปอย่างเป็นระบบ บริษัทจึงกำหนดแนวทางการบริหารจัดการน้ำผ่านกระบวนการหลัก 4 ขั้นตอน ได้แก่ การประเมินความเสี่ยงและผลกระทบด้านน้ำ การกำหนดมาตรการบริหารจัดการน้ำ การสร้างการมีส่วนร่วมเพื่อลดการใช้น้ำ และการติดตามและรายงานผลการดำเนินงาน
การประเมินความเสี่ยงและผลกระทบด้านน้ำ
บริษัทให้ความสำคัญกับการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำในเชิงกลยุทธ์ เพื่อสนับสนุนการดำเนินธุรกิจให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน โดยตระหนักถึงความท้าทายจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่อาจส่งผลต่อความมั่นคงด้านน้ำ (Water Security) ทั้งในด้านปริมาณและความพร้อมใช้ของทรัพยากรน้ำ บริษัทจึงดำเนินการประเมินความเสี่ยงและผลกระทบด้านน้ำอย่างเป็นระบบ เพื่อระบุพื้นที่ที่อาจมีความเสี่ยงต่อการขาดแคลนน้ำ และนำผลการประเมินมาใช้ประกอบการกำหนดมาตรการบริหารจัดการและบรรเทาผลกระทบที่เหมาะสม

ในปี 2568 บริษัทประเมินความเสี่ยงด้านน้ำโดยใช้เครื่องมือมาตรฐานสากล AQUEDUCT Water Risk Atlas จากสถาบันทรัพยากรโลก (World Resources Institute: WRI) เพื่อวิเคราะห์ระดับความเสี่ยงด้านน้ำในพื้นที่ดำเนินงานของบริษัท โดยพิจารณาปัจจัยสำคัญ เช่น ระดับความเครียดด้านน้ำ (Baseline Water Stress) ความเสี่ยงจากภัยแล้ง และความผันผวนของทรัพยากรน้ำในระยะยาว การประเมินดังกล่าวครอบคลุมพื้นที่ปฏิบัติงานหลักของบริษัททั้งในประเทศและต่างประเทศ ได้แก่ โครงการโรงไฟฟ้าพลังงานลม (Wind Farm) โครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ (Solar Farm) สำนักงานใหญ่ และโรงงานผลิตอุปกรณ์ไฟฟ้าแรงสูง เพื่อระบุพื้นที่ที่มีความเสี่ยงด้านน้ำและจัดลำดับความสำคัญของพื้นที่ที่ต้องมีมาตรการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำอย่างเหมาะสม
| ระดับความเสี่ยงขาดแคลนน้ำ | พื้นที่ดำเนินงานทั้งหมด | พื้นที่ดำเนินงานกลุ่มโรงไฟฟ้า | พื้นที่ดำเนินงานกลุ่มสำนักงาน ใหญ่และโรงงานผลิต |
|||
|---|---|---|---|---|---|---|
| จำนวน(แห่ง) | %(1) | จำนวน(แห่ง) | %(1) | จำนวน(แห่ง) | % (1) | |
|
สูงมาก(>80%) |
21 | 44.68% | 20 | 42.55% | 1 | 2.13% |
|
สูง (40-80%) |
11 | 23.40% | 8 | 17.02% | 3 | 6.38% |
|
ปานกลาง–สูง (20-40%) |
12 | 25.53% | 12 | 25.53% | 0 | 0.00% |
|
ต่ำ–ปานกลาง (10-20%) |
2 | 4.26% | 2 | 4.26% | 0 | 0.00% |
|
ต่ำ (<10%) |
1 | 2.13% | 1 | 2.13% | 0 | 0.00% |
|
พื้นที่ที่ประสบปัญหาขาดแคลนน้ำ |
32 | 68.09% | 28 | 59.57% | 4 | 8.51% |
|
พื้นที่ดำเนินงานทั้งหมด |
47 | 100% | ||||
หมายเหตุ: (1) % หมายถึง สัดส่วนของพื้นที่ที่ประสบปัญหาภัยน้ำต่อจำนวนพื้นที่ดำเนินการตามขอบเขตทั้งหมด
สัดส่วนของพื้นที่ดำเนินการที่อยู่ในพื้นที่ที่มีความเครียดด้านน้ำ (Water-stressed Areas)
ผลการประเมินดังกล่าวถูกนำมาใช้ประกอบการกำหนดแนวทางการบริหารจัดการน้ำของบริษัท รวมถึงการกำหนดมาตรการลดความเสี่ยงด้านน้ำในพื้นที่ที่มีความเครียดด้านน้ำ (Water-stressed Areas) จากการประเมินพบว่า พื้นที่ดำเนินงานของบริษัทร้อยละ 68.09 (32 แห่ง จากทั้งหมด 47 แห่ง) ตั้งอยู่ในพื้นที่ที่มีความเครียดด้านน้ำในระดับ สูงถึงสูงมาก (Water-stressed Areas) ขณะที่ สัดส่วนปริมาณการดึงน้ำของบริษัทในพื้นที่ดังกล่าวคิดเป็นร้อยละ 52.12 ของการใช้น้ำทั้งหมด สะท้อนให้เห็นถึงความสำคัญของการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำอย่างมีประสิทธิภาพในพื้นที่ที่มีความเสี่ยงสูง
บริษัทตระหนักว่าความผันผวนของทรัพยากรน้ำจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศอาจส่งผลต่อความต่อเนื่องของการดำเนินงานและการเข้าถึงทรัพยากรน้ำในระยะยาว จึงนำผลการประเมินความเสี่ยงด้านน้ำมาใช้ในการจัดลำดับความสำคัญของพื้นที่ดำเนินงาน และกำหนดมาตรการบริหารจัดการน้ำในพื้นที่ที่มีความเสี่ยงสูงเป็นลำดับแรก โดยมุ่งเน้น การเพิ่มประสิทธิภาพการใช้น้ำ การพัฒนาแหล่งน้ำสำรอง และการลดการพึ่งพาทรัพยากรน้ำจากแหล่งธรรมชาติ เพื่อสนับสนุนการดำเนินธุรกิจอย่างต่อเนื่องควบคู่กับการรักษาสมดุลของทรัพยากรน้ำในพื้นที่ปฏิบัติงานอย่างยั่งยืน
การกำหนดมาตรการในการบริหารจัดการน้ำ
จากผลการประเมินความเสี่ยงด้านน้ำที่พบว่าพื้นที่ดำเนินงานบางส่วนของบริษัทตั้งอยู่ในพื้นที่ที่มีภาวะความเครียดด้านน้ำ (Water-stressed Areas) บริษัทจึงให้ความสำคัญกับการกำหนดมาตรการบริหารจัดการน้ำอย่างเป็นระบบ เพื่อป้องกันและลดผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นจากความเสี่ยงด้านการขาดแคลนน้ำ รวมถึงการเปลี่ยนแปลงของคุณภาพทรัพยากรน้ำในพื้นที่ดำเนินงาน บริษัทนำผลการประเมินความเสี่ยงด้านน้ำมาใช้ในการกำหนดแนวทางการบริหารจัดการน้ำให้สอดคล้องกับลักษณะกิจกรรมของแต่ละพื้นที่ดำเนินงาน โดยให้ความสำคัญกับพื้นที่ที่มีความเสี่ยงสูงเป็นลำดับแรก พร้อมบูรณาการมาตรการดังกล่าวเข้ากับระบบการจัดการสิ่งแวดล้อมขององค์กร เพื่อควบคุมการใช้น้ำอย่างมีประสิทธิภาพ ลดการดึงน้ำจากแหล่งธรรมชาติ และป้องกันผลกระทบต่อระบบนิเวศและชุมชนโดยรอบ เพื่อให้การบริหารจัดการน้ำสามารถตอบสนองต่อความเสี่ยงจากภาวะความเครียดด้านน้ำได้อย่างเหมาะสม บริษัทจึงกำหนดมาตรการบริหารจัดการน้ำที่สอดคล้องกับประเด็นความเสี่ยงที่ระบุจากการประเมิน ดังนี้
| ประเด็นความเสี่ยงที่เกิดจากความเครียดของน้ำ | มาตรการในการบริหารจัดการน้ำ |
|---|---|
| การเสื่อมโทรมของคุณภาพน้ำ คุณภาพน้ำไม่ผ่านมาตรฐาน |
|
| การขาดแคลนน้ำจากความต้องการน้ำที่เพิ่มขึ้น |
|
และเพื่อให้การบริหารจัดการน้ำสามารถดำเนินได้อย่างมีประสิทธิภาพและเกิดผลอย่างยั่งยืน บริษัทให้ความสำคัญกับการสร้างการมีส่วนร่วมของบุคลากรและผู้มีส่วนได้เสียในทุกระดับ ควบคู่กับการดำเนินมาตรการเชิงเทคนิค โดยมุ่งส่งเสริมพฤติกรรมการใช้น้ำอย่างรับผิดชอบ และลดการใช้น้ำในทุกกระบวนการดำเนินงานขององค์กร บริษัทดำเนินการสร้างการมีส่วนร่วมให้สอดคล้องกับลักษณะกิจกรรมของแต่ละพื้นที่ดำเนินงาน ดังนี้
- อาคารสำนักงาน: การสร้างวัฒนธรรมการอนุรักษ์ รณรงค์การใช้น้ำอย่างมีประสิทธิภาพตามหลัก 3Rs (Reduce, Reuse, Recycle) ผ่านกิจกรรมสื่อสารภายในองค์กร เพื่อสร้างความตระหนักรู้และปลูกฝังจิตสำนึกการใช้ทรัพยากรน้ำอย่างรับผิดชอบให้เป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรมองค์กรอย่างยั่งยืน
- กลุ่มโรงงาน: การส่งเสริมการมีส่วนร่วมของบุคลากร สนับสนุนพนักงานและผู้รับเหมาในพื้นที่ให้มีส่วนร่วมในการประหยัดน้ำผ่านกิจกรรมด้านสิ่งแวดล้อม พร้อมส่งเสริมแนวทางการปฏิบัติงานอย่างรับผิดชอบ เพื่อร่วมกันลดการสูญเสียทรัพยากรน้ำในทุกกระบวนการผลิตอย่างเป็นรูปธรรม
- กลุ่มโรงไฟฟ้า: ความร่วมมือกับผู้มีส่วนได้เสียในพื้นที่ ส่งเสริมให้พนักงาน ผู้รับเหมา และชุมชนโดยรอบ มีส่วนร่วมในการบริหารจัดการน้ำอย่างมีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะในพื้นที่ที่มีความเสี่ยงด้านน้ำ (Water Stress Area) เพื่อสร้างความมั่นคงทางทรัพยากรร่วมกับผู้มีส่วนได้เสียทุกภาคส่วนอย่างยั่งยืน
ข้อมูลการใช้น้ำขององค์กร
ปี 2568 การใช้น้ำรวมภายในองค์กรมีปริมาณทั้งสิ้น 35,410.81 ลูกบาศก์เมตร โดยแบ่งเป็นการดึงน้ำจากใต้ดิน 25,604.00 ลูกบาศก์เมตร คิดเป็นร้อยละ 72.50 และการใช้น้ำประปา 9,710.81 ลูกบาศก์เมตร คิดเป็นร้อยละ 27.50 ของปริมาณการดึงน้ำจากภายนอกทั้งหมด ซึ่งสามารถลดการดึงน้ำจากภายนอกได้ถึง ร้อยละ 9.45 สูงกว่าเป้าหมายที่กำหนดไว้ร้อยละ 5.00 นอกจากนี้ยังมีการหมุนเวียนน้ำกลับมาใช้ซ้ำในกลุ่มโรงงานรวม 96 ลูกบาศก์เมตร หรือคิดเป็นร้อยละ 0.27 ส่วนปริมาณการใช้น้ำต่อจำนวนพนักงาน เพิ่มขึ้นร้อยละ 0.36 แต่บริษัทยังคงมุ่งมั่นยกระดับมาตรการประหยัดน้ำและสร้างความตระหนักรู้แก่บุคลากรอย่างต่อเนื่อง เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการใช้ทรัพยากรน้ำสูงสุดและลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม