การกำกับดูแลกิจการและจรรยาบรรณธุรกิจ
การสนับสนุนเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน
เป้าหมายและผลการดำเนินงาน

เป้าหมายปี 2568
ผลการดำเนินงานปี 2568
ความท้าทายและโอกาสทางธุรกิจ
การบริหารจัดการท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงของธุรกิจที่ขยายตัวในระดับภูมิภาค จากการขยายการลงทุนและเครือข่ายพันธมิตรที่หลากหลาย ทำให้บริบททางธุรกิจมีความซับซ้อนมากขึ้น ทั้งในด้านกฎระเบียบ ห่วงโซ่อุปทาน และมาตรฐานการดำเนินงานที่แตกต่างกันในแต่ละพื้นที่
ความท้าทายสำคัญจึงไม่ใช่เพียงการปฏิบัติตามข้อกำหนดทางกฎหมาย แต่คือการยกระดับระบบการกำกับดูแลให้มีมาตรฐานเดียวกันทั่วทั้งองค์กร ครอบคลุมบริษัทย่อย พันธมิตร และคู่ค้าทางธุรกิจ เพื่อป้องกันความเสี่ยงด้านการทุจริต การฝ่าฝืนจริยธรรม และการไม่ปฏิบัติตามกฎหมาย ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อเสถียรภาพทางการเงิน ชื่อเสียงองค์กร และความเชื่อมั่นจากผู้มีส่วนได้เสีย โดยการกำกับดูแลกิจการที่ดีอย่างเป็นระบบถือเป็นโอกาสเชิงกลยุทธ์ในการเสริมสร้างความโปร่งใส ความน่าเชื่อถือ และประสิทธิภาพในการบริหารจัดการ ช่วยยกระดับคุณภาพการตัดสินใจและการจัดสรรเงินลงทุนให้สอดคล้องกับทิศทางการเติบโตของธุรกิจพลังงานหมุนเวียนและโครงสร้างพื้นฐาน ตลอดจนสนับสนุนบทบาทในฐานะพาร์ตเนอร์ที่เชื่อถือได้ ซึ่งเอื้อต่อการเข้าถึงแหล่งเงินทุน การร่วมลงทุนกับพันธมิตรและการขยายธุรกิจในระยะยาว ท่ามกลางความคาดหวังที่เพิ่มขึ้นจากนักลงทุน สถาบันการเงิน และหน่วยงานกำกับดูแลต่อมาตรฐานด้านความยั่งยืน (ESG)

แนวทางการบริหารจัดการและการสร้างคุณค่า
นโยบายการกำกับดูแลกิจการที่ดี
บริษัทจัดทําและประกาศใช้ “นโยบายการกํากับดูแลกิจการที่ดี” เพื่อเป็นแนวทางให้กับคณะกรรมการบริษัท คณะกรรมการชุดย่อย ผู้บริหาร พนักงานทุกระดับ รวมถึงผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องทุกกลุ่ม ยึดถือเป็นแนวทางในการปฏิบัติและบริหารจัดการระบบขององค์กรตามหลักธรรมาภิบาลในการดำเนินธุรกิจด้วยความรับผิดชอบ โปรงใส่เป็นธรรม และตรวจสอบได้ โดยมีปัจจัยที่สำคัญ ดังนี้
Accountability
Responsibility
Equitable Treatment
Transparency
Value Creation
Ethics
นอกจากนี้บริษัทได้จัดทําและประกาศใช้ จรรยาบรรณทางธุรกิจ เพื่อเป็นแนวปฏิบัติที่ดีในการปฏิบัติและบริหารจัดการระบบขององค์กรให้เป็นไปตามมาตรฐานที่ชอบธรรมตามหลักสากล สอดคล้องกับหลักจรรยาบรรณ รวมถึงการปฏิบัติตามข้อกฎหมาย จริยธรรมในการดำเนินธุรกิจที่ครอบคลุมถึงการดำเนินงานของกรรมการ ผู้บริหาร และพนักงาน และศีลธรรมอันดีต่อผู้มีส่วนได้เสีย ในการสร้างและรักษาความสัมพันธ์ที่ดีกับผู้มีส่วนได้เสียทุกกลุ่ม
รายละเอียดนโยบายการกำกับดูแลกิจการที่ดีและรายงานแนวทางการกำกับดูแลกิจการที่ดี
บริษัทปฏิบัติตามหลักการกำกับดูแลกิจการที่ดี โดยอ้างอิงตามหลักการกำกับดูแลกิจการที่ดีของสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (“สำนักงาน ก.ล.ต.”) ข้อเสนอแนะจาก Corporate Governance Report of Thai Listed Companies (CGR) ของสมาคมส่งเสริมสถาบันกรรมการบริษัทไทย (Thai Institute of Directors: Thai IOD) หลักเกณฑ์สากล เช่น ASEAN Corporate Governance Scorecard (ACGS) ตามหลักสากลของ The Organization for Economic Co-operation and Development (OECD) และการบริหารจัดการความยั่งยืน และการวางกรอบแนวทางในการต่อต้านการทุจริตคอรร์รัปชันของบริษัท รวมถึงการกำกับดูแลนโยบายและแนวปฏิบัติด้านการกำกับดูแลกิจการที่ดีตามหลักเกณฑ์การกำกับดูแลกิจการของบริษัทจดทะเบียนของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (CG Code) ซึ่งมีการทบทวนและปรับปรุงอย่างต่อเนื่องเพื่อให้สอดคล้องกับหลักจริยธรรมในการดำเนินธุรกิจ โดยโครงสร้างและแนวปฏิบัติตามหลักการกำกับดูแลกิจการที่ดีของบริษัทประกอบด้วย 4 หมวดหลัก ได้แก่
1. สิทธิของผู้ถือหุ้นและการปฏิบัติต่อผู้ถือหุ้นอย่างเท่าเทียมกัน
2. บทบาทของผู้มีส่วนได้เสียและการพัฒนาธุรกิจเพื่อความยั่งยืน
3. การเปิดเผยข้อมูลและความโปร่งใส
4. ความรับผิดชอบของคณะกรรมการ
โครงสร้างการกำกับดูแลกิจการที่ดี
บริษัทมีโครงสร้างการกำกับดูแลกิจการที่ชัดเจน โดยคณะกรรมการบริษัทประกอบด้วยกรรมการที่มีคุณสมบัติหลากหลายทั้งด้านเพศ อายุ ความรู้ ความเชี่ยวชาญ และประสบการณ์ (Board Diversity) เพื่อสนับสนุนการกำกับดูแลกิจการอย่างรอบด้าน คณะกรรมการบริษัทมีบทบาทสำคัญในการกำหนดทิศทาง กลยุทธ์ และกำกับดูแลการดำเนินงานให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์และเป้าหมายขององค์กร โดยปฏิบัติหน้าที่อย่างเป็นอิสระจากฝ่ายจัดการ และคำนึงถึงประโยชน์สูงสุดของบริษัท ผู้ถือหุ้น และผู้มีส่วนได้เสียทุกกลุ่ม ควบคู่กับการส่งเสริมการดำเนินธุรกิจตามแนวทางการพัฒนาอย่างยั่งยืน และเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการกำกับดูแล คณะกรรมการบริษัทได้มอบหมายอำนาจหน้าที่ให้คณะกรรมการชุดย่อย 5 คณะ ทำหน้าที่กำกับดูแลในประเด็นเฉพาะด้าน ดังนี้
ทำหน้าที่ช่วยสนับสนุนคณะกรรมการบริษัทในการกำกับดูแลและตรวจสอบการบริหารงาน การควบคุมภายในและการปฏิบัติตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง และเพื่อให้กิจการมีระบบกำกับดูแลที่ดี
ทำหน้าที่ช่วยสนับสนุนคณะกรรมการบริษัทในการกำหนดนโยบายและแนวปฏิบัติในการบริหารความเสี่ยง ทั้งความเสี่ยงหลัก (Key Risk) ความเสี่ยงด้านความยั่งยืน (ESG Risk) ที่ครอบคลุมความเสี่ยงและผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Climate Change Risk) และความเสี่ยงที่เกิดขึ้นใหม่ (Emerging Risk)
ทำหน้าที่ช่วยสนับสนุนคณะกรรมการบริษัทในการกำหนดนโยบาย หลักเกณฑ์ และกระบวนการในการสรรหา คัดเลือก และเสนอชื่อบุคคลเพื่อดำรงตำแหน่งกรรมการบริษัท และคณะกรรมการในคณะกรรมการชุดย่อยต่างๆ ด้วยคุณสมบัติที่เหมาะสมและสอดคล้องตามกลยุทธ์ในการดำเนินธุรกิจ
ทำหน้าที่สนับสนุนคณะกรรมการบริษัทในการกำหนดนโยบายและกำกับดูแลด้านการกำกับดูแลกิจการที่ดี จรรยาบรรณทางธุรกิจ นโยบายและมาตรการต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชัน รวมถึงนโยบายและกรอบการดำเนินงานด้านความยั่งยืน เพื่อให้การดำเนินงานสอดคล้องกับหลักการกำกับดูแลกิจการที่ดีและมาตรฐานสากล โดยมีบทบาทกำกับดูแลประเด็นสำคัญด้านความยั่งยืนในระดับองค์กร ที่ครอบคลุมในมิติสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาลอย่างรอบด้าน รวมถึงการบริหารจัดการความเสี่ยงและผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นต่อองค์กรและผู้มีส่วนได้เสีย การส่งเสริมการดำเนินงานที่คำนึงถึงสิทธิมนุษยชน ความปลอดภัยและสุขภาวะของพนักงานและผู้มีส่วนได้เสีย การดูแลสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรธรรมชาติ ตลอดจนการดำเนินธุรกิจด้วยความโปร่งใส เป็นธรรม และมีความรับผิดชอบ เพื่อสนับสนุนการเติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาว
ทำหน้าที่ช่วยสนับสนุนคณะกรรมการบริษัทในการบริหารจัดการและควบคุมกิจการของบริษัท เพื่อให้เกิดการปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรม ส่งเสริมให้บริษัทสามารถเติบโตได้อย่างยั่งยืน ด้วยการกำหนดนโยบาย แนวปฏิบัติ เป้าหมาย แผนธุรกิจ โครงสร้างการบริหาร อำนาจอนุมัติ และงบประมาณ พร้อมกำกับดูแล ติดตาม และทบทวนผลการดำเนินงานให้เป็นไปตามวิสัยทัศน์ พันธกิจ กลยุทธ์ และนโยบายของคณะกรรมการบริษัท รวมทั้งสอดคล้องกับกฎหมายและข้อกำหนดที่เกี่ยวข้อง ตลอดจนมาตรการต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชัน โดยดูแลให้มีระบบการควบคุมภายในที่เหมาะสม และส่งเสริมการดำเนินงานตามแนวทางการพัฒนาองค์กรอย่างยั่งยืน
องค์ประกอบของคณะกรรมการ
การประเมินผลการปฏิบัติหน้าที่ของคณะกรรมการ
บริษัทจัดให้มีกระบวนการประเมินผลการปฏิบัติหน้าที่ของคณะกรรมการบริษัท คณะกรรมการชุดย่อย และผู้บริหารระดับสูงเป็นประจำทุกปี เพื่อทบทวนประสิทธิภาพการทำงานให้สอดคล้องกับบทบาทหน้าที่ กลยุทธ์องค์กร และหลักการกำกับดูแลกิจการที่ดี โดยคณะกรรมการบริษัทดำเนินการประเมินทั้งแบบรายคณะและรายบุคคล ขณะที่คณะกรรมการชุดย่อยประเมินผลแบบรายคณะ นอกจากนี้ ยังมีการประเมินผลการปฏิบัติงานของประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (CEO) เลขานุการบริษัท และเลขานุการคณะกรรมการตรวจสอบด้วย การประเมินผลครอบคลุมประเด็นสำคัญที่สะท้อนประสิทธิภาพในการกำกับดูแลกิจการ โดยแบ่งการพิจารณาออกเป็น 2 ระดับ ได้แก่ การประเมินรายคณะ และการประเมินรายบุคคล ผลการประเมินทั้งหมดจะถูกรวบรวมและสรุปโดยเลขานุการบริษัท เพื่อนำเสนอให้คณะกรรมการบริษัทพิจารณา และใช้เป็นข้อมูลในการกำหนดแนวทางปรับปรุง พัฒนา และยกระดับประสิทธิภาพการทำงานของคณะกรรมการและผู้บริหารอย่างต่อเนื่อง เพื่อสนับสนุนการกำกับดูแลกิจการที่มีประสิทธิผลและการเติบโตอย่างยั่งยืนขององค์กร
ในปี 2568 คณะกรรมการทุกคณะได้ปฏิบัติหน้าที่สอดคล้องกับอำนาจ หน้าที่ และความรับผิดชอบตามที่กำหนดไว้ในกฎบัตรอย่างครบถ้วน โดยมีการรายงานผลการดำเนินงานอย่างสม่ำเสมอ และดำเนินการประเมินผลการปฏิบัติหน้าที่ของตนเองทั้งในระดับคณะและรายบุคคลตามกระบวนการประเมินที่บริษัทกำหนดไว้ก่อนหน้า ผลการประเมินดังกล่าวถูกนำมาใช้เป็นข้อมูลสำคัญในการทบทวนและปรับปรุงแนวทางการทำงาน เพื่อยกระดับประสิทธิภาพของคณะกรรมการและเสริมสร้างความเข้มแข็งด้านการกำกับดูแลกิจการอย่างต่อเนื่องในปีถัดไป
การประเมินผลการปฏิบัติหน้าที่ของผู้บริหารระดับสูง
คณะกรรมการบริษัทกำหนดให้มีการประเมินผลการปฏิบัติงานของประธานเจ้าหน้าที่บริหาร เป็นประจำทุกปี โดยยึดหลักการกำกับดูแลกิจการที่ดีของบริษัทจดทะเบียน เพื่อใช้เป็นกลไกสำคัญในการทบทวนประสิทธิภาพการบริหารงาน การขับเคลื่อนกลยุทธ์ และการสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนให้แก่องค์กร ทั้งนี้ คณะกรรมการเป็นผู้พิจารณาและอนุมัติหลักเกณฑ์และแบบประเมินให้มีความครบถ้วน โปร่งใส และสอดคล้องกับข้อกำหนดของหน่วยงานกำกับดูแล โดยกรอบการประเมินแบ่งออกเป็น 2 มิติหลัก ได้แก่
ด้านธุรกิจและการเงิน (Business & Financial Performance)
ด้านการกำกับดูแลกิจการและความยั่งยืน (ESG & Governance Performance)
และบริษัทได้ถ่ายทอดเป้าหมายเชิงกลยุทธ์และเป้าหมายด้านความยั่งยืนไปสู่การกำหนดตัวชี้วัดผลการดำเนินงาน (KPIs) ของผู้บริหารระดับสูง โดยเชื่อมโยงกับระบบการประเมินผลการปฏิบัติงานขององค์กรตามแนวคิด Balanced Scorecard เพื่อให้การดำเนินงานในทุกสายงานสอดคล้องกับทิศทางเดียวกัน ทั้งนี้ ผลการประเมินดังกล่าวยังถูกนำไปใช้เป็นข้อมูลประกอบการพิจารณาค่าตอบแทนทั้งระยะสั้นและระยะยาว เพื่อสร้างแรงจูงใจให้ผู้บริหารดำเนินงานอย่างมีประสิทธิภาพ โปร่งใส และคำนึงถึงความยั่งยืนขององค์กรในระยะยาว
รายละเอียดเกี่ยวกับการประเมินผลการปฏิบัติหน้าที่ของคณะกรรมการบริษัท คณะกรรมการชุดย่อย และผู้บริหารระดับสูง ได้เปิดเผยไว้ในแบบแสดงรายการข้อมูลประจำปี (แบบ 56-1 One Report) ในหัวข้อ "การกำกับดูแลกิจการ" ของบริษัท โดยครอบคลุมกระบวนการ หลักเกณฑ์ และผลการประเมินที่เกี่ยวข้อง เพื่อสะท้อนถึงความมุ่งมั่นในการพัฒนาประสิทธิภาพการกำกับดูแลกิจการอย่างต่อเนื่อง
นอกจากการกำหนดกรอบการประเมินผลการปฏิบัติหน้าที่ของคณะกรรมและผู้บริหารระดับสูง บริษัทยังให้ความสำคัญกับการสนับสนุนและส่งเสริมระบบการควบคุมภายในและการตรวจสอบภายในให้มีประสิทธิภาพ เพื่อเป็นกลไกสำคัญในการเสริมสร้างการกำกับดูแลกิจการที่ดี ความโปร่งใส และความน่าเชื่อถือของการดำเนินธุรกิจ โดยผู้บริหารระดับสูงมีบทบาทสำคัญในการกำหนดนโยบาย สนับสนุนทรัพยากร และส่งเสริมวัฒนธรรมองค์กรที่ให้ความสำคัญกับการควบคุมภายใน การบริหารความเสี่ยง และการปฏิบัติตามกฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้อง พร้อมทั้งสนับสนุนให้หน่วยงานตรวจสอบภายในสามารถปฏิบัติหน้าที่ได้อย่างเป็นอิสระ มีสายการรายงานตรงต่อคณะกรรมการตรวจสอบ และสามารถดำเนินงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งข้อมูลและข้อเสนอแนะที่ได้รับจากกระบวนการควบคุมภายในและการตรวจสอบภายในจะถูกนำมาใช้ในการปรับปรุงกระบวนการทำงาน การบริหารความเสี่ยง และการกำกับดูแลการดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง โดยมีการทบทวนประสิทธิผลของระบบควบคุมภายในอย่างสม่ำเสมอ เพื่อยกระดับคุณภาพ ความถูกต้อง และความน่าเชื่อถือของการรายงานผลการดำเนินงานทั้งด้านการเงินและด้านความยั่งยืน ทำให้บริษัทสามารถเปิดเผยข้อมูลต่อผู้มีส่วนได้เสียได้อย่างโปร่งใส ครบถ้วน และสะท้อนผลการดำเนินงานที่แท้จริง อันเป็นพื้นฐานสำคัญของการกำกับดูแลกิจการที่ดีและการเติบโตอย่างยั่งยืนขององค์กร