การบริหารจัดการพลังงาน
การสนับสนุนเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน
เป้าหมายและผลการดำเนินงาน

เป้าหมายปี 2568
ผลการดำเนินงานปี 2568
ความท้าทายและโอกาสทางธุรกิจ
การบริหารจัดการพลังงานอย่างมีประสิทธิภาพเป็นประเด็นสำคัญในบริบทเศรษฐกิจปัจจุบัน เนื่องจากพลังงานเป็นปัจจัยพื้นฐานที่ขับเคลื่อนกิจกรรมทางเศรษฐกิจในทุกภาคส่วน
ความต้องการพลังงานที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ประกอบกับความผันผวนของต้นทุนพลังงานและข้อจำกัดด้านทรัพยากร อาจก่อให้เกิดความเสี่ยงต่อเสถียรภาพด้านพลังงาน ต้นทุนการดำเนินงาน และความสามารถในการแข่งขันของภาคธุรกิจในระยะยาว ขณะเดียวกันการใช้พลังงานอย่างไม่มีประสิทธิภาพยังเป็นหนึ่งในปัจจัยที่เชื่อมโยงกับการปล่อยก๊าซเรือนกระจกและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ซึ่งเป็นประเด็นที่ได้รับความสนใจในระดับสากลและมีผลกระทบต่อทั้งเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อมอย่างกว้างขวาง ในฐานะผู้นำในอุตสาหกรรมพลังงานทดแทน บริษัทไม่เพียงมุ่งพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรมเพื่อผลิตไฟฟ้าจากแหล่งพลังงานสะอาดเพื่อลดการพึ่งพาเชื้อเพลิงฟอสซิลและเสริมสร้างความมั่นคงทางพลังงานให้กับสังคมเท่านั้น แต่ยังตระหนักว่าการบริหารจัดการการใช้พลังงานภายในองค์กรอย่างมีประสิทธิภาพเป็นอีกหนึ่งความท้าทายเชิงกลยุทธ์ที่สำคัญ ทั้งในมิติของการควบคุมต้นทุน การเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน และการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม

แนวทางการบริหารจัดการและการสร้างคุณค่า
แนวทางการบริหารจัดการพลังงาน
บริษัทกำหนดกรอบการบริหารจัดการพลังงานอย่างเป็นระบบ เพื่อสนับสนุนการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก (GHG Emissions) ผ่าน 3 แนวทางหลัก ได้แก่ การเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงาน (Energy Efficiency) การเพิ่มสัดส่วนพลังงานหมุนเวียน (Renewable Energy) และการเปลี่ยนผ่านสู่ระบบขนส่งคาร์บอนต่ำ (Low-Emission Transportation) โดยมุ่งลดต้นทุนการดำเนินงานและผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมในระยะยาว
การดำเนินงานอยู่ภายใต้โครงสร้างการกำกับดูแลขององค์กร โดยมีการกำหนดนโยบาย เป้าหมาย และตัวชี้วัดด้านพลังงานในระดับหน่วยงาน พร้อมติดตามและรายงานผลอย่างสม่ำเสมอ เพื่อนำข้อมูลมาวิเคราะห์และยกระดับประสิทธิภาพการดำเนินงานให้สอดคล้องกับมาตรฐานและแนวปฏิบัติที่เกี่ยวข้อง กรอบการดำเนินงานครอบคลุมทั้งมิติด้านพฤติกรรม เทคโนโลยี และการบริหารจัดการข้อมูล โดยประกอบด้วยแนวทางสำคัญ ดังนี้
- การสร้างวัฒนธรรมการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ (Energy Awareness & Culture) ส่งเสริมความตระหนักรู้และการมีส่วนร่วมของพนักงานผ่านกิจกรรมรณรงค์และการสื่อสารภายในองค์กร เพื่อปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้พลังงานในชีวิตประจำวัน เช่น การใช้ไฟฟ้าอย่างเหมาะสม และการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า โดยบูรณาการแนวคิดด้านการอนุรักษ์พลังงานเข้าเป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรมองค์กร
- การเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงาน (Energy Efficiency Optimization) ปรับปรุงประสิทธิภาพการใช้พลังงานในอาคารและกระบวนการดำเนินงาน ผ่านการเลือกใช้เทคโนโลยีที่มีประสิทธิภาพ เช่น ระบบแสงสว่างประหยัดพลังงาน (LED) เทคโนโลยีอัจฉริยะ (Smart Technology) รวมถึงการเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงานในยานพาหนะและระบบขนส่ง เช่น การขับขี่เชิงประหยัด (Eco-driving) การบริหารจัดการยานพาหนะ (Fleet Management) และการวางแผนโลจิสติกส์ เพื่อลดการใช้พลังงานและเชื้อเพลิงอย่างเป็นระบบ
- การเพิ่มสัดส่วนการใช้พลังงานหมุนเวียน (Renewable Energy Integration) ส่งเสริมการใช้พลังงานสะอาดภายในองค์กร โดยการติดตั้งและเพิ่มประสิทธิภาพระบบผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ในพื้นที่ดำเนินงาน เพื่อเพิ่มสัดส่วนการใช้พลังงานหมุนเวียน ลดการพึ่งพาพลังงานจากระบบสายส่ง และสนับสนุนการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกขอบเขตที่ 2 (Scope 2)
- การเปลี่ยนผ่านสู่ระบบขนส่งคาร์บอนต่ำ (Low-Emission Transportation) มุ่งลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากการขนส่ง โดยทยอยปรับเปลี่ยนยานพาหนะภายในองค์กรเป็นยานยนต์ไฟฟ้า (EV) ควบคู่กับการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานที่รองรับ เช่น ระบบสถานีชาร์จ และการกำหนดแนวทางสนับสนุนการเดินทางที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เพื่อยกระดับประสิทธิภาพการใช้พลังงานและลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกทางตรง (Scope 1)
- การบริหารจัดการและติดตามผลด้วยข้อมูล (Data-driven Monitoring) พัฒนาระบบติดตามและวิเคราะห์ข้อมูลการใช้พลังงานในระดับหน่วยงานและอุปกรณ์ เพื่อประเมินประสิทธิภาพ ระบุโอกาสในการปรับปรุง และสนับสนุนการตัดสินใจเชิงกลยุทธ์ พร้อมกำหนดตัวชี้วัดและติดตามผลอย่างสม่ำเสมอ เพื่อยกระดับการดำเนินงานให้สอดคล้องกับเป้าหมายการลดพลังงานและการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในระยะยาว
ข้อมูลการใช้พลังงานขององค์กร
ปริมาณการใช้ไฟฟ้ารวม (กิโลวัตต์-ชั่วโมง)
สัดส่วนการใช้พลังงานทดแทน
ปริมาณการใช้ไฟฟ้าจากภายนอกต่อจำนวนพนักงาน (กิโลวัตต์-ชั่วโมงต่อคน)
สำหรับการดำเนินงานด้านพลังงานปี 2568 บริษัทมีปริมาณการใช้ไฟฟ้ารวม 3,603,114.91 กิโลวัตต์-ชั่วโมง แบ่งเป็นไฟฟ้าจากภายนอก 3,506,664.40 กิโลวัตต์-ชั่วโมง (ร้อยละ 97.32) และไฟฟ้าจากพลังงานทดแทน 96,450.51 กิโลวัตต์-ชั่วโมง (ร้อยละ 2.68) แม้การใช้ไฟฟ้าจากภายนอกโดยรวมเพิ่มขึ้นเล็กน้อยร้อยละ 0.28 จากการขยายตัวของธุรกิจ แต่สัดส่วนพลังงานทดแทนเพิ่มขึ้นจากร้อยละ 2.15 เป็นร้อยละ 2.68 และการใช้ไฟฟ้าต่อพนักงานลดลงร้อยละ 6.06 สะท้อนถึงประสิทธิภาพการบริหารจัดการพลังงานที่ดีขึ้น เมื่อพิจารณาตามลักษณะการดำเนินงาน พบว่า 2 กลุ่มธุรกิจสามารถลดการใช้ไฟฟ้าจากภายนอกได้อย่างมีนัยสำคัญ โดยกลุ่มธุรกิจวิศวกรรมและ Turnkey ลดลงร้อยละ 15.31 และกลุ่มธุรกิจอุปกรณ์ไฟฟ้าแรงสูงลดลงร้อยละ 11.93 พร้อมเพิ่มสัดส่วนพลังงานทดแทน ขณะที่กลุ่มสำนักงานใหญ่และธุรกิจพลังงานมีการใช้ไฟฟ้าเพิ่มขึ้นร้อยละ 6.29 ตามปริมาณงานที่ขยายตัว บริษัทจะเดินหน้าปรับปรุงประสิทธิภาพและเพิ่มสัดส่วนพลังงานสะอาดอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้การเติบโตเป็นไปควบคู่กับการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพในระยะยาว